คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5232/2556
ด่าแม่แล้วท้าให้ออกมาสู้ ผู้ท้าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย เข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้
หลักที่ได้
ผู้ที่ก่อเหตุด้วยการข่มเหงอย่างร้ายแรงจนอีกฝ่ายกระทำผิดโดยบันดาลโทสะ ถือเป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ผู้แทนโดยชอบธรรมย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทน เข้าร่วมเป็นโจทก์ หรือขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแทนได้
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ร่วมเป็นฝ่ายก่อเหตุโดยด่าว่ามารดาของจำเลยด้วยถ้อยคำรุนแรง และพูดท้าทายจำเลยทำนองให้ไปต่อสู้กันในที่เกิดเหตุ จำเลยจึงทำร้ายโจทก์ร่วมจนได้รับอันตราย พนักงานอัยการฟ้องจำเลยฐานพยายามฆ่า ม. ซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ และยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
เหตุผลของศาล
- โจทก์ร่วมด่าว่ามารดาจำเลยด้วยถ้อยคำรุนแรงและท้าทายให้ออกไปต่อสู้กัน จึงเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม
- การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ
- เมื่อโจทก์ร่วมเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด โจทก์ร่วมย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดฐานพยายามฆ่า
- ผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนโจทก์ร่วม
- และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ กับยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
เมื่อโจทก์ร่วมเป็นฝ่ายก่อเหตุโดยด่าว่ามารดาจำเลยด้วยถ้อยคำรุนแรงและพูดท้าทายจำเลยเป็นทำนองให้ไปต่อสู้กันในที่เกิดเหตุ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพราะถูกโจทก์ร่วมข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม อันเป็นการกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะ ดังนี้โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด และไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) ม. ผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ร่วมย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนโจทก์ร่วมได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการกับยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30 และ มาตรา 44/1
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 4 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ