คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4225/2559
รู้ว่าถูกหลอกวันไหน เริ่มนับอายุความฉ้อโกงวันนั้น ตกลงกันภายหลังไม่ทำให้เริ่มนับใหม่
หลักที่ได้
อายุความร้องทุกข์คดีฉ้อโกงเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ข้อตกลงที่ทำกันภายหลังไม่ทำให้เริ่มนับใหม่ และการโอนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งยังเป็นของรัฐ ไม่ใช่การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้อันจะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยเสนอขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์โดยแจ้งว่าเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิและรับรองว่าจะจดทะเบียนโอนให้ได้ภายในเดือนเมษายน 2555 แต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 โจทก์ตรวจสอบพบว่าเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 จึงบอกเลิกสัญญา ต่อมาวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 จำเลยรับรองว่าจะไม่จำหน่าย จำนำ หรือก่อภาระผูกพันในที่ดิน แต่จำเลยกลับนำสำเนาเอกสารสิทธิไปลบชื่อบิดาจำเลยแล้วเปลี่ยนเป็นชื่อตน และนำไปขายให้ น. กับ จ. โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557
เหตุผลของศาล
- โจทก์รู้ว่าถูกหลอกว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 อันเป็นวันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด
- การที่จำเลยรับรองในภายหลังว่าจะไม่ก่อภาระผูกพันในที่ดิน เป็นข้อตกลงที่ทำกันภายหลัง ไม่ทำให้ถือว่าโจทก์เพิ่งรู้เรื่องความผิดในวันนั้น
- เมื่อฟ้องเกินสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีฉ้อโกงจึงขาดอายุความ และการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเช่นนั้นไม่ใช่การพิพากษาเกินคำขอ
- ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมยังเป็นของรัฐ การที่จำเลยปลอมเอกสารแล้วนำไปขายจึงไม่ก่อสิทธิใด ๆ แก่ผู้ซื้อ และโจทก์ไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหายจากการปลอมและใช้เอกสารปลอมนั้น
- เมื่อที่ดินพิพาทไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลยหรือบิดาจำเลย การโอนให้ผู้อื่นจึงไม่ใช่การโอนไปซึ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเสนอขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์โดยแจ้งว่าเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิการครอบครองและรับรองว่าสามารถจดทะเบียนโอนให้โจทก์ได้ แต่เนื่องจากที่ดินติดจำนองธนาคาร จำเลยจะนำเงินที่ได้จากโจทก์ไปไถ่ถอนจำนองมาจดทะเบียนโอนให้โจทก์ภายในเดือนเมษายน 2555 ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2555 โจทก์ตรวจสอบพบว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา จึงฟังได้ว่าโจทก์ทราบเรื่องที่ถูกหลอกว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดิน ส.ป.ก. 4 - 01 มิใช่ที่ดินมีเอกสารสิทธิที่จะสามารถโอนให้กันได้ในวันที่ 1 มิถุนายน 2555 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 เกิน 3 เดือน นับแต่โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด คดีจึงขาดอายุความ กรณีถือไม่ได้ว่าโจทก์เพิ่งทราบเรื่องความผิดฐานฉ้อโกงในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยรับรองว่าจะไม่จำหน่าย จำนำ หรือก่อภาระผูกพัน ในที่ดินพิพาทให้กระทบสิทธิของโจทก์เพราะเป็นการตกลงกันภายหลัง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าโจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 มิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่โจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้อง
การที่จำเลยนำ ส.ป.ก. 4 - 01 ไปถ่ายสำเนาแล้วลบชื่อบิดาจำเลยผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์เดิมและเปลี่ยนเป็นชื่อจำเลย แล้วจำเลยนำไปขายให้แก่ น. และ จ. ทั้งที่จำเลยรับกับโจทก์แล้วว่าจะไม่จำหน่าย จำนำ หรือก่อภาระผูกพัน ในที่ดินพิพาท เห็นว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมยังเป็นของรัฐเพียงแต่รัฐนำที่ดินมาจัดสรรให้ประชาชนครอบครองทำกินเท่านั้น การกระทำของจำเลยดังกล่าวไม่ก่อให้ น. และ จ. มีสิทธิใด ๆ ในที่ดินพิพาท แม้จำเลยรับรองต่อโจทก์ว่าจะไม่จำหน่าย จำนำ หรือก่อภาระผูกพันในที่ดินพิพาท โจทก์ก็มิใช่ผู้ได้รับความเสียหายจากการที่จำเลยปลอมและใช้เอกสารปลอม
แม้จำเลยมีภาระผูกพันที่ต้องชำระเงินค่าที่ดินคืนแก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ แต่การที่จำเลยโอนที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้แก่ น. และ จ. ซึ่งที่ดินพิพาทไม่ใช่ของจำเลยหรือของบิดาจำเลย จึงมิใช่การโอนไปซึ่งทรัพย์สินตาม ป.อ. มาตรา 350 ไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 4 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ