BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2560

อ้างครอบครองปรปักษ์ครั้งแรกในอุทธรณ์รับฟังไม่ได้ และฟ้องขับไล่เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์

หลักที่ได้

ข้ออ้างครอบครองปรปักษ์ที่ไม่เป็นประเด็นและไม่เคยใช้สิทธิทางศาลมาก่อนไม่อาจนำมาเป็นฐานโต้แย้งอำนาจฟ้องครั้งแรกในอุทธรณ์ได้ ส่วนคดีฟ้องขับไล่เป็นคดีขอปลดเปลื้องทุกข์ที่คำนวณเป็นเงินไม่ได้ ไม่เปลี่ยนเป็นคดีมีทุนทรัพย์เพราะมีคำขอค่าเสียหาย

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ผู้รับโอนที่ดินฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสอง จำเลยอ้างในอุทธรณ์ว่าครอบครองที่ดินมาประมาณ 30 ปีและได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์ ทำให้เจ้าของเดิมกับโจทก์ไม่มีสิทธิ แต่จำเลยไม่เคยใช้สิทธิทางศาลและเรื่องนี้ไม่เป็นประเด็นที่สืบพยานในศาลชั้นต้น โจทก์ยังเรียกค่าเสียหายเสมือนค่าเช่าด้วย

เหตุผลของศาล

  1. แม้ปัญหาอำนาจฟ้องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แต่ต้องมีข้อเท็จจริงที่รับฟังยุติได้ก่อนว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์จริง
  2. การอ้างระยะเวลาครอบครองฝ่ายเดียวในชั้นอุทธรณ์โดยไม่มีประเด็นและพยานในศาลชั้นต้นยังรับฟังไม่ได้ ศาลอุทธรณ์จึงยกข้ออุทธรณ์ชอบแล้ว
  3. ฟ้องขับไล่มุ่งให้ปลดเปลื้องทุกข์ที่คำนวณราคาไม่ได้ ไม่ว่าค่าเสียหายจะเท่าใดก็ยังเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ โดยจำนวนค่าเสียหายมีผลเพียงต่อข้อจำกัดอุทธรณ์ข้อเท็จจริง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ข้ออุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง แม้จะเป็นการอุทธรณ์ในเรื่องอำนาจฟ้องโจทก์อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่การจะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ล้วนต้องฟังข้อเท็จจริงให้เป็นที่ยุติในเบื้องต้นเสียก่อนว่า จำเลยทั้งสองเป็นผู้ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ซึ่งจะต้องมีการใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 เมื่อจำเลยทั้งสองอุทธรณ์โต้แย้งมาว่าจำเลยทั้งสองได้สิทธิในที่ดินพิพาท โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมีการใช้สิทธิทางศาลมาก่อน ข้อที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างการได้สิทธิในที่ดินพิพาทจึงเป็นเพียงการอนุมานของจำเลยทั้งสองแต่เพียงฝ่ายเดียวเพื่อให้เป็นคุณแก่ตนในชั้นอุทธรณ์โดยอาศัยข้อเท็จจริงเพียงว่าจำเลยทั้งสองได้ครอบครองที่ดินพิพาทมาเป็นเวลาประมาณ 30 ปีแล้วเท่านั้น ซึ่งยังไม่อาจรับฟังในชั้นนี้ได้ว่าเป็นการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ และในขณะเดียวกันก็ไม่อาจรับฟังได้ว่า ฉ. เจ้าของที่ดินพิพาทคนเดิมเสียสิทธิในที่ดินพิพาทเพราะเหตุดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งสองอันจะทำให้สิทธิของโจทก์ในฐานะผู้รับโอนต้องบกพร่องไปด้วยแต่อย่างใด เมื่อข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงอันจะนำไปสู่การวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ แต่ยังไม่อาจรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวให้เป็นที่ยุติและเป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองได้ เพราะไม่เป็นประเด็นข้อพิพาทในคดีที่จะนำไปสู่กระบวนพิจารณาด้วยพยานหลักฐาน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 เห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาโดยชอบในศาลชั้นต้น และยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองมา จึงชอบแล้ว

คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ ไม่ว่าโจทก์จะเรียกค่าเสียหายเป็นค่าเช่าในจำนวนเท่าใด ก็เป็นคดีฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ หรือคดีไม่มีทุนทรัพย์ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวและอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลแขวงตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 17 ส่วนเรื่องจำนวนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมานั้น เป็นเพียงข้อพิจารณาที่นำไปสู่ข้อจำกัดสิทธิในการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง เท่านั้น

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ