BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2854/2561

คดีแยกสินสมรสไม่ซ้ำคดีหย่าเดิม แต่ทรัพย์บริษัทไม่ใช่สินสมรสและไม่มีเหตุให้แยก

หลักที่ได้

คดีขอแยกสินสมรสและค่าอุปการะมีประเด็นต่างจากคดีหย่าที่ถูกยกโดยยังไม่วินิจฉัยทรัพย์ จึงไม่ฟ้องซ้ำ แต่ทรัพย์ของบริษัทเป็นของนิติบุคคล ไม่ใช่สินสมรส และข้อเท็จจริงคดีก่อนอาจผูกพันว่าคู่สมรสตกลงไม่ให้ผู้ฟ้องบริหารบริษัท หากเงินเลี้ยงดูเป็นเงินจากกำไรบริษัทที่ล้มละลาย การไม่จ่ายไม่ใช่ผิดหน้าที่คู่สมรสและไม่มีเหตุแยกสินสมรส

ข้อเท็จจริงย่อ

คดีก่อนโจทก์ขอหย่าและแบ่งสินสมรสแต่ศาลยกฟ้องเพราะไม่มีเหตุหย่า จึงไม่ได้ชี้ว่าทรัพย์ใดเป็นสินสมรส คดีนี้โจทก์ขอแยกสินสมรสและค่าเลี้ยงดู โดยอ้างกิจการบริษัท อ. และ ซ. เดิมคู่สมรสตกลงให้ อ. บุตรชายบริหารบริษัทแทน เพราะโจทก์มีปัญหาการพนัน หนี้สิน และเคยทำลายทรัพย์บริษัท ทั้งตกลงให้นำกำไรบริษัทจ่ายโจทก์กับจำเลยคนละ 300,000 บาท ต่อมาบริษัท อ. ถูกพิทักษ์ทรัพย์และล้มละลาย

เหตุผลของศาล

  1. คดีหย่าเดิมยุติโดยไม่วินิจฉัยรายการสินสมรส ส่วนคดีนี้ถามเหตุแยกสินสมรสและค่าเลี้ยงดู จึงไม่ใช่ประเด็นที่เคยวินิจฉัยและไม่ฟ้องซ้ำ
  2. ข้อเท็จจริงถึงที่สุดเรื่องข้อตกลงไม่ให้โจทก์เกี่ยวข้องบริษัทผูกพันคู่ความ และการฟ้องใหม่หลังคดีเดิมเพียง 4 เดือนประกอบให้เห็นความไม่สุจริต ไม่ใช่การที่จำเลยขัดขวางจัดการสินสมรส
  3. บริษัทเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก กิจการและทรัพย์ไม่ใช่สินสมรส ความเสียหายเป็นเรื่องความรับผิดกรรมการต่อบริษัทหรือผู้ถือหุ้น
  4. เงิน 300,000 บาทเป็นการจัดสรรจากกำไรบริษัท ไม่ใช่ค่าอุปการะตามหน้าที่คู่สมรส และเมื่อบริษัทล้มละลายไม่มีรายได้ จำเลยไม่ผิดข้อตกลง จึงไม่มีเหตุแยกสินสมรส

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากันและแบ่งสินสมรส ประเด็นในคดีก่อนมีว่า มีเหตุหย่าหรือไม่ หากศาลพิพากษาให้หย่า จึงจะมีการแบ่งสินสมรสว่ามีทรัพย์สินใดที่เป็นสินสมรส เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากไม่มีเหตุหย่า จึงไม่ได้วินิจฉัยว่าทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสที่จะต้องแบ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้แยกสินสมรสและให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดู ประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า มีเหตุให้แยกสินสมรสหรือไม่ และจำเลยต้องชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือไม่ และสินสมรสที่ต้องแยกได้แก่ทรัพย์สินใด ประเด็นแห่งคดีนี้และประเด็นคดีก่อนจึงต่างกัน แม้ทรัพย์สินที่อ้างตามฟ้องคดีนี้จะเป็นทรัพย์สินตามฟ้องกับคดีก่อน แต่เมื่อคดีก่อนศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่าทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสที่ ต้องแบ่ง จึงถือไม่ได้ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เกี่ยวกับสินสมรสเป็นประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกับคดีก่อน ฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ หรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีก่อน

โจทก์ฟ้องขอให้แยกสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลย เดิมโจทก์และจำเลยประกอบกิจการห้างหุ้นส่วนจำกัด น. และต่อมาจดทะเบียนเลิกห้าง และจัดตั้งบริษัท อ. โดยมีข้อตกลงว่าโจทก์และจำเลยจะไม่ใช้อำนาจบริหารกิจการบริษัท อ. แต่ให้ อ. บุตรชายของโจทก์และจำเลยเป็นผู้บริหารแทน กิจการโรงงานเป็นของบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกต่างหาก หาใช่สินสมรสไม่ ทั้งคดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยและคดีถึงที่สุดโดยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัท อ. เนื่องจากโจทก์ติดการพนันและมีปัญหาหนี้สิน โจทก์จะไม่เกี่ยวข้องเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการผู้มีอำนาจ และโจทก์เคยทำลายทรัพย์สินของบริษัทจนถูกห้ามเข้าบริษัท ข้อเท็จจริงในคดีก่อนจึงผูกพันโจทก์และจำเลยในคดีนี้ ตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 6 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ประกอบกับโจทก์นำคดีนี้มาฟ้องหลังจากคดีก่อนถึงที่สุดเพียง 4 เดือน บ่งชี้ถึงความไม่สุจริตของโจทก์ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยขัดขวางการจัดการสินสมรสของโจทก์

บริษัท อ. และ บริษัท ซ. มีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากบุคคลอื่นและผู้ถือหุ้น มีสิทธิและหน้าที่ต่างๆ เป็นของตนเอง การดำเนินกิจการต่างๆ เป็นอำนาจหน้าที่กรรมการบริษัทภายในขอบอำนาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ดังที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย ข้อบังคับจัดตั้ง กิจการบริษัททั้งสองรวมทั้งทรัพย์สินของบริษัทหาใช่สินสมรสไม่ แต่เป็นของบริษัทภายใต้การดำเนินกิจการของบริษัท หากจะเกิดความเสียหายหรือเกิดความหายนะ ก็เป็นเรื่องที่กรรมการบริษัทจะรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1169 กรณีจึงไม่มีเหตุแยกสินสมรส

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์ แต่ข้อตกลงของโจทก์และจำเลยคือ ให้ อ. บุตรชาย นำรายได้ของบริษัทส่วนหนึ่งมาจ่ายเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์และจำเลยคนละ 300,000 บาท ซึ่งค่าอุปการะเลี้ยงดูตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของบริษัทที่นำมาจ่ายให้โจทก์และจำเลยเมื่อมีกำไร หาใช่ค่าอุปการะเลี้ยงดูที่คู่สมรสต้องอุปการะเลี้ยงดูตาม ป.พ.พ. มาตรา 1461 วรรคสอง อันจะถือเป็นเหตุให้แยกสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1484 (2) ไม่ ทั้งบริษัท อ. ถูกศาลล้มละลายกลางพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย จึงมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่มีรายได้ที่จะนำมาชำระค่าเลี้ยงดูโจทก์และจำเลยได้ ดังนี้จะถือว่าจำเลยผิดข้อตกลงหาได้ไม่

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ