BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2148/2562

โพสต์ต่อเนื่องเรื่องเดียวกันด้วยเจตนาเดียว เป็นกรรมเดียวกับคดีที่พิพากษาแล้ว

หลักที่ได้

ข้อความออนไลน์หลายโพสต์อาจเป็นกรรมเดียวเมื่ออยู่ในหัวข้อเดียว กล่าวหาเรื่องเดียว และต่อเนื่องในช่วงเวลาใกล้กันด้วยเจตนาเดียว หากคดีก่อนพิพากษาเสร็จเด็ดขาดว่าการกระทำชุดนั้นเป็นกรรมเดียวแล้ว จะนำบางโพสต์มาฟ้องอีกไม่ได้ แม้จำเลยรับสารภาพ

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กหลายวันตั้งแต่ 11 มกราคมถึง 4 กุมภาพันธ์ 2556 ในหัวข้อทำนองเดียวกัน กล่าวหาโจทก์ร่วมว่าเป็นคนไม่ดี หลอกลวง หาประโยชน์จากวัด และรับซื้อของโจร คดีนี้ฟ้องโพสต์วันที่ 11, 23 และ 24 มกราคม ส่วนคดีก่อนฟ้องวันที่ 11, 23 มกราคมและ 4 กุมภาพันธ์ ศาลคดีก่อนวินิจฉัยว่าข้อความ 3 กระทงเป็นกรรมเดียว จำเลยคดีนี้ให้การรับสารภาพ

เหตุผลของศาล

  1. การแยกวันโพสต์ไม่ชี้ขาดจำนวนกรรม ต้องพิจารณาเจตนา เนื้อหา หัวข้อ และความต่อเนื่องร่วมกัน
  2. ข้อความทั้ง 2 คดีต่อเนื่องในช่วงเดียวกัน กล่าวถึงบุคคลและเรื่องเดียวกัน และเป็นข้อหาเดียวกัน จึงเป็นการกระทำกรรมเดียว
  3. คดีก่อนมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้ว สิทธินำกรรมเดียวกันมาฟ้องระงับ ปัญหานี้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและยกขึ้นได้แม้จำเลยรับสารภาพ

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ข้อความที่จำเลยทำให้ปรากฏทางอินเทอร์เน็ตโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในคดีนี้รวม 3 กระทง และคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร รวม 3 กระทง แม้จะมีความแตกต่างกันบ้างก็เป็นเพียงในรายละเอียดและวันที่กระทำความผิด กล่าวคือ คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดในวันที่ 11 มกราคม 2556 วันที่ 23 มกราคม 2556 และวันที่ 24 มกราคม 2556 ส่วนคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดในวันที่ 11 มกราคม 2556 วันที่ 23 มกราคม 2556 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 ซึ่งการพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน ย่อมต้องพิจารณาถึงเจตนาในการกระทำความผิดเป็นสำคัญว่ามีเจตนาเดียวกันหรือไม่ประกอบกันด้วย ทั้งข้อเท็จจริงที่จำเลยได้พิมพ์หรือทำให้ปรากฏตามสำเนาข้อความแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์เฟซบุ๊ก ซึ่งข้อความคดีนี้และข้อความตามคำฟ้องในคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร ต่อเนื่องกันตลอดมาตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2556 เวลา 8.17 นาฬิกา ถึงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 9.07 นาฬิกา บนเว็บไซต์เฟซบุ๊กในหัวข้อเรื่องทำนองเดียวกัน คือ "ทำไมไอ้ P จึงต้องด่าคนขายพระ ลป.บุญศรี" และข้อความทั้งหมดต่างกล่าวถึงโจทก์ร่วมในเรื่องเดียวกัน กล่าวหาว่าโจทก์ร่วมเป็นคนไม่ดี มีพฤติกรรมเสียหาย หลอกลวงหาผลประโยชน์จากวัด รับซื้อของโจร นอกจากนี้ปรากฏว่า จำเลยได้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งเป็นข้อหาเดียวกันกับคดีนี้และเวลาเกิดเหตุอยู่ในระยะเวลาคาบเกี่ยวต่อเนื่องกัน การกระทำความผิดของจำเลยในคดีนี้และคดีหมายเลขแดงที่ 1039/2557 ของศาลจังหวัดสมุทรสาคร จึงเป็นกรรมเดียวกัน ดังนั้น เมื่อคดีของศาลจังหวัดสมุทรสาครที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาครเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีก่อน ศาลจังหวัดสมุทรสาครและศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษาแล้วว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว หาใช่ 3 กรรม ดังที่โจทก์ฟ้อง ถือได้ว่าศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ได้ฟ้องแล้ว สิทธิการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) แม้ในชั้นพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย จำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจหยิบยกขึ้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีนี้ได้

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ