BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2411/2562

เรียกรับเงินอ้างจะจูงใจเจ้าพนักงาน เป็นความผิดต่อแผ่นดิน สอบสวนได้เองโดยไม่ต้องมีคำร้องทุกข์

หลักที่ได้

ความผิดฐานเรียกรับทรัพย์สินเป็นการตอบแทนในการจูงใจเจ้าพนักงานเป็นความผิดต่อแผ่นดิน พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนได้เอง และไม่จำต้องได้ความว่าผู้กระทำไปจูงใจเจ้าพนักงานสำเร็จหรือไม่

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันเรียกและรับเงิน 9,000,000 บาท จากผู้เสียหาย เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานในตำแหน่งอดีตประธานศาลฎีกาและประธานศาลฎีกาโดยวิธีอันทุจริต ให้ยกเลิกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ตัดสินให้บุคคลหนึ่งแพ้คดีและมีคำสั่งใหม่ให้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยคดีดังกล่าวถึงที่สุดไปก่อนแล้ว ผู้เสียหายไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดฐานฉ้อโกง

เหตุผลของศาล

  1. ความผิดฐานนี้เป็นความผิดต่อแผ่นดิน พนักงานสอบสวนจึงมีอำนาจสอบสวนได้เองโดยไม่ต้องอาศัยคำร้องทุกข์ แม้ผู้เสียหายจะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในความผิดฐานฉ้อโกงซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวก็ตาม
  2. เมื่อมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามคำสั่งพนักงานอัยการแล้ว ถือว่ามีการสอบสวนโดยชอบ พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้อง
  3. การที่จำเลยจะได้ไปจูงใจเจ้าพนักงานสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่องค์ประกอบความผิด แม้คดีนั้นถึงที่สุดไปก่อนจนจูงใจไม่ได้ ก็ไม่ทำให้ขาดองค์ประกอบความผิด

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ความผิดฐานเรียก รับหรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงานโดยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 143 เป็นความผิดต่อแผ่นดิน พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนในความผิดดังกล่าวได้เอง โดยไม่จำต้องอาศัยคำร้องทุกข์หรือการมอบคดีจากผู้เสียหาย แม้ผู้เสียหายจะไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยก็ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกงซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้น หามีผลกระทบต่ออำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งสามารถดำเนินการสอบสวนความผิดตามมาตรา 143 ได้โดยชอบไม่ เมื่อพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้ว ต่อมาพนักงานอัยการเห็นว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดฐานร่วมกันเรียก รับเงิน และมีคำสั่งให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม เมื่อได้มีการแจ้งข้อหาดังกล่าวแก่จำเลยทั้งสามเพิ่มเติม ถือได้ว่าคดีในความผิดตามมาตรา 143 ได้มีการสอบสวนโดยชอบแล้ว พนักงานอัยการโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันเรียกและรับเงิน 9,000,000 บาท ไปจากผู้เสียหายเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานในตำแหน่งอดีตประธานศาลฎีกาและประธานศาลฎีกาโดยวิธีอันทุจริต ให้กระทำการตามหน้าที่โดยยกเลิกคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ตัดสินให้ จ. เป็นฝ่ายแพ้คดี และมีคำสั่งใหม่ให้ จ. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ เป็นการบรรยายฟ้องที่ครบองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 143 แล้ว ส่วนจำเลยทั้งสามจะได้ไปจูงใจเจ้าพนักงานในตำแหน่งอดีตประธานศาลฎีกาและประธานศาลฎีกาให้กระทำการในหน้าที่ให้เป็นคุณแก่ จ. หรือไม่ หาใช่องค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 143 ไม่ แม้คดีดังกล่าวถึงที่สุดไปก่อนที่จำเลยทั้งสามจะร่วมกันเรียกและรับเงินจากผู้เสียหาย ซึ่งจำเลยทั้งสามไม่สามารถจูงใจเจ้าพนักงานในตำแหน่งอดีตประธานศาลฎีกาและประธานศาลฎีกาให้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นคุณแก่ จ. ได้ก็ตาม ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยทั้งสามไม่เป็นความผิดเพราะขาดองค์ประกอบความผิดไปแต่อย่างใด

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ