คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4311/2563
ใช้รถสองคันไปรับคนต่างด้าวที่รวมอยู่ที่เดียวกันในคราวเดียว เป็นความผิดกรรมเดียว แยกฟ้องอีกไม่ได้
หลักที่ได้
การพาคนต่างด้าวที่รวมตัวอยู่แห่งเดียวกันไปให้พ้นการจับกุมในคราวเดียวกันต่อเนื่องกัน แม้ใช้รถหลายคันและคนขับหลายคน ก็เป็นการกระทำอันเดียวกันโดยเจตนาเดียว เป็นความผิดกรรมเดียว เมื่อเคยฟ้องและศาลพิพากษายกฟ้องจนถึงที่สุดแล้ว การฟ้องอีกเป็นฟ้องซ้ำ
ข้อเท็จจริงย่อ
ธ. ขับรถกระบะไปพาคนต่างด้าวชาวกัมพูชาซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายที่รวมตัวกันอยู่ที่ป่าอ้อยรวม 58 คน โดย ธ. แจ้งให้ ม. ขับรถกระบะอีกคันไปรับด้วย โดยอ้างว่าจำเลยใช้ให้ขับรถไปรับ เมื่อบรรทุกคนต่างด้าวขึ้นรถทั้งสองคันแล้ว ธ. กับ ม. ขับติดตามกันออกมาจากป่าอ้อยไปยังปลายทางแห่งเดียวกันจนถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมพร้อมรถและคนต่างด้าวทั้ง 58 คน ก่อนหน้านี้โจทก์เคยฟ้องจำเลยว่าร่วมกับ ม. กระทำความผิดในคราวนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและคดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ว่าร่วมกับ ธ. กระทำความผิดในเหตุการณ์เดียวกัน
เหตุผลของศาล
- พฤติการณ์แสดงว่า ธ. กับ ม. มีเจตนาร่วมกันไปรับคนต่างด้าวทั้ง 58 คน ซึ่งรวมตัวอยู่ที่เดียวกัน
- ที่ต้องใช้รถสองคันก็เพราะรถคันเดียวบรรทุกไม่หมด และหลังรับแล้วยังขับตามกันไปยังปลายทางแห่งเดียวกัน อันเป็นการกระทำในคราวเดียวกันต่อเนื่องกันไป
- การกระทำของ ธ. กับ ม. จึงเป็นการกระทำอันเดียวกันโดยมีเจตนาอย่างเดียวกัน เป็นความผิดเพียงกรรมเดียว มิใช่หลายกรรมต่างกัน
- เมื่อโจทก์เคยฟ้องจำเลยร่วมกับ ม. ในการกระทำอันเดียวกันนี้และศาลพิพากษายกฟ้องจนคดีถึงที่สุดแล้ว การฟ้องจำเลยว่าร่วมกับ ธ. เป็นคดีนี้อีกจึงเป็นฟ้องซ้ำ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ข้อเท็จจริงในคดีนี้กับคดีอาญาเลขแดงที่ 3337/2561 ของศาลชั้นต้นปรากฏว่า ธ. ขับรถกระบะเพื่อไปพาคนต่างด้าวชาวกัมพูชาซึ่งเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมายที่ป่าอ้อยรวม 58 คน โดย ธ. ได้แจ้งให้ ม. ขับรถกระบะเพื่อไปรับคนต่างด้าวดังกล่าวด้วย โดยอ้างว่าจำเลยใช้ให้ขับรถไปรับคนต่างด้าวจำนวนดังกล่าว ภายหลังบรรทุกคนต่างด้าวขึ้นรถกระบะทั้งสองคันแล้ว ธ. กับ ม. ก็ขับติดตามกันออกมาจากป่าอ้อยและแล่นไล่ตามกันไปจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารจับกุมตัวพร้อมรถกระบะและคนต่างด้าวรวม 58 คน พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ธ. กับ ม. มีเจตนาที่จะร่วมกันไปรับคนต่างด้าวทั้ง 58 คน ซึ่งรวมอยู่ที่ป่าอ้อย แม้มีการใช้รถกระบะไปรับคนต่างด้าวดังกล่าว 2 คัน โดย ธ. กับ ม. ขับรถกันคนละคันก็ตาม แต่ก็เนื่องมาจากรถกระบะเพียงคันเดียวไม่สามารถบรรทุกคนต่างด้าวได้หมด และคนต่างด้าวที่ไปรับก็รวมตัวกันอยู่ที่แห่งเดียวกัน ภายหลังจากรับคนต่างด้าวแล้วยังขับรถกระบะตามกันเพื่อพาคนต่างด้าวไปเพื่อให้พ้นการจับกุมโดยปลายทางเป็นที่แห่งเดียวกันอีก อันเป็นการกระทำในคราวเดียวกัน ต่อเนื่องกันไป เช่นนี้แล้วจึงต้องถือว่า ธ. กับ ม. มีเจตนาร่วมกันเพื่อพาคนต่างด้าวทั้ง 58 คน ไปเพื่อให้พ้นจากจากการจับกุมตามเจตนาที่มีมาแต่แรก การกระทำของ ธ. กับ ม. จึงเป็นการกระทำอันเดียวกัน และมีเจตนาอย่างเดียวกัน เกิดขึ้นในคราวเดียวกันต่อเนื่องกันไป เป็นการกระทำความผิดเพียงกรรมเดียว มิใช่หลายกรรมต่างกัน เมื่อโจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยร่วมกับ ม. ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3337/2561 ของศาลชั้นต้น ในการกระทำอันเดียวกันกับคดีนี้ไปแล้ว โดยศาลพิพากษายกฟ้องจำเลย คดีถึงที่สุด การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยว่าร่วมกับ ธ. เป็นคดีนี้อีก ซึ่งเป็นการกระทำอันเดียวกันกับคดีก่อน จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าวตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ