BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4602/2564

ความผิดค้ามนุษย์กับความผิดให้ที่พักคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง เป็นคนละกรรม ฟ้องใหม่ได้

หลักที่ได้

ความผิดที่มีองค์ประกอบและเจตนาแตกต่างกัน แม้กระทำในคราวเดียวกันก็เป็นคนละกรรม การที่ศาลเคยพิพากษาลงโทษตามกฎหมายคนเข้าเมืองไปแล้ว คดีย่อมเสร็จเด็ดขาดเฉพาะกระทงนั้น ไม่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในกระทงอื่นระงับ

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ก่อนหน้านี้โจทก์เคยฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้เข้าพักอาศัยโดยซ่อนเร้นให้พ้นจากการจับกุมไปแล้ว จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์นำการกระทำกรรมเดียวกันมาแยกฟ้องเป็น 2 คดี ฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปแล้ว

เหตุผลของศาล

  1. ความผิดในคดีนี้เป็นความผิดคนละประเภทกับความผิดฐานรับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองให้เข้าพักอาศัยโดยซ่อนเร้น และเป็นความผิดสำเร็จในตัวต่างกรรมกันโดยอาศัยเจตนาแตกต่างแยกจากกันได้
  2. ทั้งยังเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับซึ่งมีองค์ประกอบแห่งความผิดแตกต่างกัน และเจตนาในการกระทำก่อให้เกิดผลที่แตกต่างกัน แม้กระทำในคราวเดียวกันก็เป็นคนละกรรม
  3. กรณีจึงมิใช่โจทก์นำการกระทำกรรมเดียวกันมาแยกฟ้องเป็น 2 คดี เมื่อศาลพิพากษาลงโทษตามกฎหมายคนเข้าเมืองไปแล้ว คดีย่อมเสร็จเด็ดขาดเฉพาะกระทงความผิดนั้น
  4. กระทงความผิดอื่นในคดีนี้ยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาความผิด จะถือว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วไม่ได้ ฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ไม่ระงับไป

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ และฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นในคดีนี้ เป็นความผิดคนละประเภทกับความผิดฐานรับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายให้เข้าพักอาศัยโดยซ่อนเร้นให้พ้นจากการจับกุมตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 64 และยังเป็นความผิดสำเร็จในตัวต่างกรรมกันโดยอาศัยเจตนาแตกต่างแยกจากกันได้ นอกจากนี้ยังเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับซึ่งมีองค์ประกอบแห่งความผิดแตกต่างกันด้วย ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดก่อให้เกิดผลที่แตกต่างกัน สามารถแยกเจตนาในการกระทำความผิดออกจากกันได้ แม้กระทำความผิดในคราวเดียวกัน ก็เป็นคนละกรรมกัน กรณีมิใช่โจทก์นำการกระทำกรรมเดียวกันมาแยกฟ้องเป็น 2 คดี เมื่อโจทก์ฟ้องและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 คดีย่อมเสร็จเด็ดขาดไปเฉพาะกระทงความผิดดังกล่าวเท่านั้น ส่วนกระทงความผิดอื่นในคดีนี้ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยในเนื้อหาความผิด จะถือว่ามีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วหาได้ไม่ โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ไม่ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ.2559 มาตรา 8 วรรคหนึ่ง

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ