BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6138/2564

ร้องปล่อยทรัพย์ซ้ำด้วยเหตุถือกรรมสิทธิ์แทนเดิม แม้ภายหลังได้คำพิพากษาเพิกถอนสัญญาขาย

หลักที่ได้

เมื่อคดีก่อนวินิจฉัยถึงที่สุดว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิขอปล่อยทรัพย์ แม้ยอมรับข้ออ้างว่าขายที่ดินให้ผู้อื่นถือแทน การกลับมาร้องใหม่โดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันเป็นฟ้องซ้ำ แม้ภายหลังจะมีคำพิพากษาเพิกถอนสัญญาขายที่ทำไว้เพื่อถือแทนก็ตาม

ข้อเท็จจริงย่อ

ผู้ร้องเคยขอปล่อยที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ยึด โดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของแต่ทำสัญญาขายให้จำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์แทนโดยไม่ชำระราคา เพื่อให้จำนองธนาคารและนำเงินมาแบ่งกัน ศาลยกคำร้องจนถึงที่สุด ภายหลังผู้ร้องฟ้องเพิกถอนสัญญาขายและชนะคดี แล้วนำเหตุเดิมมาร้องขอปล่อยทรัพย์อีกครั้ง

เหตุผลของศาล

  1. คดีก่อนได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วว่าแม้ข้อเท็จจริงการถือแทนเป็นจริง ผู้ร้องก็ไม่มีสิทธิให้ปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึด
  2. คำพิพากษาเพิกถอนสัญญาภายหลังตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงเดียวกันว่าขายโดยไม่รับราคาเพื่อให้ถือและจำนองแทน
  3. คำร้องใหม่จึงยังอาศัยเหตุความเป็นเจ้าของและการถือแทนเดิม เป็นการรื้อร้องประเด็นที่วินิจฉัยแล้วและต้องห้ามเพราะฟ้องซ้ำ

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

คดีก่อนผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์โดยอ้างเหตุว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง แต่ผู้ร้องให้จำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์แทนด้วยการทำสัญญาขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 1 โดยไม่ชำระราคาเพื่อให้จำเลยที่ 1 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการกู้ยืมเงินจากธนาคารแล้วนำเงินมาแบ่งปัน คดีถึงที่สุดโดยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความตามคำร้องก็ตาม แต่ผู้ร้องจะร้องขอให้ปล่อยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไม่ได้ ถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีแล้วว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ปล่อยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึด ดังนั้น การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดไว้เป็นคดีนี้อีก แม้ผู้ร้องจะอ้างเหตุว่าผู้ร้องเป็นโจทก์ ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวให้เพิกถอนสัญญาขายที่ดินพิพาท แต่ศาลชั้นต้นก็ฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ร้องในคดีนี้กล่าวอ้างว่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง แต่ผู้ร้องให้จำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์แทนด้วยการทำสัญญาขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ 1 โดยไม่ชำระราคา เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการกู้ยืมเงินจากธนาคารแล้วนำเงินมาแบ่งกัน แล้วพิพากษาให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าวระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 คำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์คดีนี้จึงเป็นการอ้างเหตุอย่างเดียวกันว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์นำยึด แต่ผู้ร้องให้จำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์แทนด้วยการทำสัญญาขายที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 โดยไม่ชำระราคา เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันการกู้ยืมเงินจากธนาคารแล้วนำเงินมาแบ่งกันนั่นเอง เหตุที่ผู้ร้องอ้างในคดีนี้จึงยังคงอาศัยเหตุอย่างเดียวกับคดีก่อน การยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์คดีนี้ย่อมเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน คำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์คดีนี้จึงเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อนต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.2551 มาตรา 7

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ