คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3647/2565
บรรยายไม้จำนวนเดียวกันใน 2 ฐานไม่ทำให้ฟ้องซ้ำซ้อน แต่ไม้ไม่หวงห้ามไม่เป็นความผิด
หลักที่ได้
โจทก์อาจบรรยายจำนวนไม้ชุดเดียวกันแยกในฐานแปรรูปและฐานมีไม้แปรรูปเพื่อให้ครบองค์ประกอบแต่ละฐานได้ ไม่ใช่ฟ้องซ้ำซ้อน แต่ความผิดตามกฎหมายป่าไม้ต้องกระทำต่อไม้หวงห้าม เมื่อฟ้องเองระบุว่าเป็นไม้ชนิดอื่นที่ไม่หวงห้าม การกระทำไม่เป็นความผิด
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแปรรูปและครอบครองไม้ 2,488 ท่อน ปริมาตร 24.58 ลูกบาศก์เมตร รวมทั้งบานประตู 5 บาน วงกบหน้าต่าง 10 วง และบานหน้าต่าง 6 บาน โดยแยกข้อหาฐานแปรรูปกับฐานมีไม้แปรรูป แต่ในฟ้องระบุว่าไม้เหล่านี้เป็นไม้ชนิดอื่นซึ่งไม่ใช่ไม้หวงห้ามประเภท ก. หรือ ข.
เหตุผลของศาล
- การแยกรายละเอียดไม้ชุดเดียวกันในแต่ละข้อหาเป็นการบรรยายองค์ประกอบของฐานแปรรูปและฐานมีไว้ในครอบครองให้จำเลยเข้าใจ ไม่ใช่ความซ้ำซ้อนของฟ้อง
- ความผิดทั้ง 2 ฐานตามกฎหมายป่าไม้ใช้กับไม้หวงห้าม ส่วนการกระทำต่อไม้ที่ไม่หวงห้ามได้รับยกเว้น
- เมื่อคำฟ้องระบุชัดว่าไม้พิพาทไม่ใช่ไม้หวงห้าม แม้ฟ้องมีรูปแบบชอบ การกระทำตามฟ้องก็ไม่เป็นความผิด
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
โจทก์บรรยายฟ้องข้อ 2 ก. และ ข. ว่าจำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองจำนวน 2,488 ท่อน ปริมาตรรวม 24.58 ลูกบาศก์เมตร เป็นสองกระทงความผิด โดยตามฟ้องข้อ 2 ก. ยังบรรยายอีกว่า นอกจากจำเลยทำการแปรรูปไม้แล้วยังมีไม้แปรรูปจำนวนเดียวกันตามคำฟ้องข้อ 2 ข. อยู่อีกจำนวน 2,488 ท่อน ปริมาตรรวม 24.58 ลูกบาศก์เมตร เพื่อต้องการแยกการกระทำความผิดของจำเลยให้ชัดแจ้ง และบรรยายองค์ประกอบความผิดของแต่ละฐานความผิดให้ครบถ้วน คือ ฐานแปรรูปไม้ และมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น แม้ไม้ดังกล่าวจะเป็นจำนวนเดียวกันก็ตาม โจทก์ก็จะต้องบรรยายฟ้องให้มีรายละเอียดต่าง ๆ ของจำนวนไม้ท่อน และปริมาตรของไม้แปรรูป เพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) มิใช่เป็นการบรรยายฟ้องซ้ำซ้อนแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 50 บัญญัติว่า "บทบัญญัติแห่งมาตรา 48 มิให้ใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้ (1)...(2)...(3)...(4) การแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองที่มิใช่ไม้หวงห้าม" การแปรรูปไม้และการมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองอันจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง จึงต้องเป็นการกระทำต่อไม้หวงห้ามตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง ซึ่งในกรณีที่เป็นไม้ที่ขึ้นในป่านั้น ไม้ชนิดใดจะเป็นไม้หวงห้ามประเภทใดจะต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา คดีนี้โจทก์บรรยายมาในฟ้องว่าภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ จำเลยทำการแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปชนิดอื่น ซึ่งมิใช่ไม้หวงห้ามประเภท ก. และประเภท ข. ตาม พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 จำนวน 2,488 ท่อน รวมคำนวณปริมาตรไม้ได้ 24.58 ลูกบาศก์เมตร และไม้แปรรูปที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ บานประตู 5 บาน วงกบหน้าต่าง 10 วง และบานหน้าต่าง 6 บาน ซึ่งเป็นไม้แปรรูปชนิดอื่นเป็นจำนวนเกินสองลูกบาศก์เมตรไว้ในความครอบครองของจำเลย ตามฟ้องโจทก์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าไม้ที่จำเลยแปรรูปและมีไว้ในครอบครองนั้นมิใช่ไม้หวงห้าม การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 วรรคหนึ่ง, 73 วรรคสอง (2)
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ