คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 917 - 1041/2565
ส่งมอบบ้านจัดสรรไม่ตรงแผนผังโครงการ เป็นการผิดสัญญาซื้อขาย อายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ผู้ซื้อรู้ความจริง
หลักที่ได้
การก่อสร้างไม่ตรงตามแผนผังโครงการที่ขออนุญาตจัดสรรเป็นการส่งมอบทรัพย์สินไม่ถูกต้องอันเป็นการผิดสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่ความชำรุดบกพร่อง จึงใช้อายุความทั่วไป 10 ปี และเริ่มนับเมื่อผู้ซื้อทราบความจริงจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะผู้ซื้อไม่อาจทราบได้เองในขณะทำสัญญาหรือรับมอบ
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบซื้อบ้านพร้อมที่ดินในโครงการจัดสรรของจำเลย ต่อมาฟ้องว่าจำเลยก่อสร้างสาธารณูปโภคไม่เป็นไปตามแผนผังโครงการและแบบก่อสร้างที่ขออนุญาตไว้ โดยถมดินในบริเวณโครงการไม่สูงกว่าถนนสาธารณะ 30 เซนติเมตร ตามที่ระบุในแผนผัง ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ่อมแซมปรับปรุงพื้นที่สาธารณูปโภค โจทก์ทราบปัญหาเมื่อเกิดน้ำท่วมในปี 2554 และต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจึงทราบข้อเท็จจริง แล้วฟ้องคดีเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 จำเลยต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความ ส่วนโจทก์ที่ 79 ถูกศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าใช้สิทธิฟ้องโดยไม่สุจริต ทั้งที่จำเลยให้การปฏิเสธว่าได้จัดสรรที่ดินตามแผนผังแล้ว และไม่มีข้อเท็จจริงว่าโจทก์ที่ 79 ซื้อบ้านในราคาต่ำกว่าท้องตลาดหรือไม่ติดใจเรียกค่าเสียหาย
เหตุผลของศาล
- การฟ้องว่าจำเลยก่อสร้างสาธารณูปโภคไม่ตรงตามแผนผังโครงการเป็นการอ้างว่าจำเลยส่งมอบทรัพย์สินไม่ถูกต้องอันเป็นการผิดสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่กรณีทรัพย์สินชำรุดบกพร่อง จึงไม่นำอายุความเรื่องความชำรุดบกพร่องมาใช้
- เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี
- ผู้ซื้อซึ่งเป็นวิญญูชนไม่อาจทราบได้ในขณะทำสัญญาหรือรับมอบบ้านว่าการถมดินเป็นไปตามแผนผังหรือไม่ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ เวลาที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้จึงเป็นเวลาที่ผู้ซื้อทราบความจริง เมื่อทราบจากปัญหาน้ำท่วมปี 2554 นับถึงวันฟ้องยังไม่พ้น 10 ปี คดีจึงไม่ขาดอายุความ
- กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต การที่โจทก์ที่ 79 ฟ้องเรียกค่าเสียหายจึงเป็นการใช้สิทธิของผู้ถูกโต้แย้งสิทธิตามปกติ ไม่ใช่การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ปัญหาอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบฟ้องอ้างว่าจำเลยก่อสร้างสาธารณูปโภคไม่เป็นไปตามแผนผังโครงการและแบบก่อสร้างที่ได้ขออนุญาตและเรียกค่าเสียหาย เป็นการอ้างว่าจำเลยกระทำการผิดสัญญาจะซื้อจะขายและหลักเกณฑ์ในการจัดสรรที่ดิน ทำให้โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบได้รับความเสียหาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแชมปรับปรุงพื้นที่สาธารณูปโภค เป็นกรณีที่จำเลยส่งมอบทรัพย์สินไม่ถูกต้องอันเป็นการผิดสัญญาซื้อขาย ไม่ใช่กรณีฟ้องว่าทรัพย์สินที่จำเลยส่งมอบชำรุดบกพร่องเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติหรือประโยชน์ที่มุ่งโดยสัญญา จึงไม่นำอายุความในข้อความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องมาปรับใช้แก่คดีนี้ และเมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติในเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30
กรณีตามคำฟ้องเป็นเรื่องผู้ขายส่งมอบทรัพย์ไม่ตรงตามสัญญาซึ่งทรัพย์ที่ส่งมอบเป็นบ้านจัดสรรที่ผู้ขายก่อสร้างเองฝ่ายเดียว ผู้ซื้อซึ่งเป็นวิญญูชนไม่มีทางทราบได้เลยในขณะทำสัญญาหรือแม้แต่ขณะรับมอบบ้านว่าจำเลยได้ถมดินในบริเวณโครงการสูงกว่าถนนสาธารณะ 30 เซนติเมตร ตามแผนผังโครงการที่ขออนุญาตจัดสรรไว้หรือไม่ และในความจริงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบด้วยจึงจะทราบข้อเท็จจริง กรณีเช่นว่านี้จึงต้องถือว่าเวลาที่ผู้ซื้อซึ่งเป็นเจ้าหนี้อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้คือเวลาที่ผู้ซื้อทราบความจริงจากผู้เชี่ยวชาญว่าที่ดินโครงการมีระดับต่ำกว่าที่ระบุในแผนผังโครงการที่จำเลยยื่นต่อทางราชการ เมื่อโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบทราบถึงการส่งมอบทรัพย์สินไม่ถูกต้องเนื่องจากเกิดปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นเวลาที่โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบอาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ นับถึงวันฟ้องวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 คดียังไม่ล่วงพ้นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบอาจบังคับสิทธิเรียกร้อง คดีโจทก์ทั้งหนึ่งร้อยเก้าสิบจึงไม่ขาดอายุความ
โจทก์ที่ 79 เพิ่งทราบข้อเท็จจริงที่แน่นอนชัดเจนว่าจำเลยไม่ได้ดำเนินการตามแผนผังการจัดสรรเนื่องจากกรณีนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจพิสูจน์ ประกอบกับไม่มีข้อเท็จจริงใดที่แสดงให้เห็นว่าโจทก์ที่ 79 ซื้อบ้านพร้อมที่ดินพิพาทจากจำเลยในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดหรือไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งจำเลยให้การว่าได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินตามแผนผังจัดสรรไม่ได้ผิดสัญญาซื้อขายแต่อย่างใด อันเป็นการแสดงว่าจำเลยยังปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้อยู่ และ ป.พ.พ. มาตรา 6 ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต การที่โจทก์ที่ 79 ใช้สิทธิฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย จึงเป็นการฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายซึ่งเป็นการใช้สิทธิของบุคคลที่ถูกโต้แย้งสิทธิตามปกติ หาใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ