BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2354/2566

ลูกหนี้ผิดนัดก่อนกฎหมายค้ำประกันฉบับแก้ไขใช้บังคับ เจ้าหนี้ไม่ต้องบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวัน

หลักที่ได้

หน้าที่ของเจ้าหนี้ที่ต้องบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันใช้เฉพาะกรณีลูกหนี้ผิดนัดนับแต่วันที่กฎหมายฉบับแก้ไขใช้บังคับ ถ้าลูกหนี้ผิดนัดก่อนหน้านั้นต้องใช้บทเดิม และเมื่อคดีก่อนศาลยกฟ้องด้วยเหตุเรื่องการบอกกล่าวโดยยังไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้ค้ำประกันต้องรับผิดเพียงใด การฟ้องใหม่จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์เป็นผู้ให้เช่าซื้อ ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเกินหกสิบวันนับแต่วันผิดนัด ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2559 โจทก์ฟ้องเป็นคดีก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเฉพาะผู้ค้ำประกันโดยให้เหตุผลว่าโจทก์บอกกล่าวเกินหกสิบวันจึงบังคับให้ผู้ค้ำประกันรับผิดไม่ได้ โดยยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยผิดสัญญาค้ำประกันหรือไม่และต้องรับผิดเพียงใด คดีนั้นถึงที่สุด ต่อมาโจทก์บอกกล่าวใหม่แล้วฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ให้รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยต่อสู้ว่าเป็นฟ้องซ้ำ

เหตุผลของศาล

  1. บทบัญญัติที่กำหนดให้เจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด ใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดนับแต่วันที่กฎหมายฉบับแก้ไขใช้บังคับ
  2. เมื่อลูกหนี้ผิดนัดวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่กฎหมายฉบับแก้ไขใช้บังคับ แม้โจทก์จะฟ้องคดีก่อนหลังจากนั้น ก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติเดิม โจทก์จึงไม่จำต้องบอกกล่าวภายในหกสิบวัน
  3. คดีก่อนศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะเหตุการบอกกล่าวเกินกำหนดเท่านั้น ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยผิดสัญญาค้ำประกันหรือไม่และต้องรับผิดเพียงใด ประเด็นดังกล่าวจึงยังไม่ได้วินิจฉัยถึงที่สุด
  4. การที่โจทก์บอกกล่าวใหม่แล้วฟ้องเป็นคดีนี้ จึงไม่ใช่การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ กรณีจึงไม่ต้องด้วยมาตรา 19 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่บัญญัติว่า ในกรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ สิทธิและหน้าที่ของเจ้าหนี้และผู้ค้ำประกันให้เป็นไปตามมาตรา 686 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ โจทก์ผู้ให้เช่าชื้อจึงไม่จำต้องมีหนังสือบอกกล่าวจำเลยผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้นัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ แต่ต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง (เดิม) อย่างไรก็ดี แม้ศาลชั้นต้นมีคำวินิจฉัยในคดีเดิมเป็นทำนองว่าโจทก์ผู้ให้เช่าชื้อมีหนังสือบอกกล่าวจำเลยผู้ค้ำประกันวันที่ 8 พฤษภาคม 2557 เกินกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดโจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยที่ 2 (จำเลยในคดีนี้) ผู้ค้ำประกันรับผิดได้ อันเป็นการนำ ป.พ.พ. มาตรา 686 ที่แก้ไขใหม่ มาใช้บังคับแก่คดีของโจทก์ แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยผู้ค้ำประกัน คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า คดีเดิมศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ด้วยเหตุว่าโจทก์บอกกล่าวแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันเกินกว่าหกสิบวันนับแต่ผู้เช่าซื้อผิดนัดโดยยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยผิดสัญญาค้ำประกันหรือไม่ และต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันเพียงใด ประเด็นดังกล่าวจึงยังไม่ได้มีการวินิจฉัยถึงที่สุด เมื่อโจทก์บอกกล่าวแก่จำเลยและฟ้องใหม่เป็นคดีนี้ขอให้จำเลยรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จึงไม่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับในคดีเดิม ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ