BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

นายจ้างจ่ายหนี้ละเมิดแทนลูกจ้างแล้ว ไล่เบี้ยลูกจ้างได้เต็มตาม ม.426 และรับช่วงสิทธิไล่เบี้ยผู้ทำละเมิดร่วมอีกส่วนตาม ม.227

หลักที่ได้

นายจ้างที่ต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างตาม ป.พ.พ. ม.425 รับผิดเพราะกฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพราะทำละเมิดเอง เมื่อชำระหนี้แล้วจึงไล่เบี้ยเอาจากลูกจ้างได้ตาม ม.426 และยังรับช่วงสิทธิมาไล่เบี้ยจากผู้ทำละเมิดร่วมคนอื่นได้อีกส่วนหนึ่งตาม ม.227

ข้อเท็จจริงย่อ

คดีก่อนศาลพิพากษาให้นายจ้างร่วมรับผิดกับลูกจ้าง (ป.) ซึ่งทำละเมิดในทางการที่จ้าง โดยมีจำเลย (บุคคลอีกคน) ประมาทเลินเล่อร่วมก่อความเสียหายด้วย นายจ้างชำระหนี้ตามคำพิพากษาเต็มจำนวนแล้ว จึงมาฟ้องไล่เบี้ยจากจำเลย

เหตุผลของศาล

  1. ป. และจำเลยเป็นผู้ทำละเมิดร่วมกันตาม ม.420 เป็นหนี้ร่วมที่ระหว่างกันเองต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กันตาม ม.296
  2. นายจ้างรับผิดเพียงในฐานะนายจ้างของ ป. ตาม ม.425 ความรับผิดของนายจ้างกับ ป. จึงเสมือนเป็นบุคคลเดียวกัน และในฐานะลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาต้องชำระหนี้โดยสิ้นเชิงตาม ม.291
  3. แต่ความรับผิดของนายจ้างเกิดจากบทบัญญัติของกฎหมาย ไม่ใช่การกระทำของตนเอง เมื่อชำระหนี้แล้วจึงมีสิทธิได้รับชดใช้จากลูกจ้างตาม ม.426 และรับช่วงสิทธิมาไล่เบี้ยจากจำเลยผู้ทำละเมิดร่วมได้อีกส่วนหนึ่งตาม ม.227

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามในคดีก่อน และวินิจฉัยถึงความรับผิดของจำเลยโดยสรุปว่า จำเลยดำเนินการด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ ป. มีโอกาสเบียดบังเอาหุ้นของโจทก์ที่มีชื่อ ว. เป็นผู้ถือหุ้นไปโดยทุจริต จึงเป็นการกระทำละเมิดต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามในคดีก่อนด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ป. และจำเลยเป็นผู้ทำละเมิด และต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ความเสียหายตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และเมื่อเป็นหนี้ร่วม ป. และจำเลยจึงต้องรับผิดเป็นส่วนเท่า ๆ กัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 296 ส่วนโจทก์ต้องร่วมรับผิดในฐานะเป็นนายจ้างของ ป. เท่านั้น ความรับผิดของโจทก์และ ป. จึงเสมือนเป็นบุคคลเดียวกันที่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 425 และเนื่องจากเป็นลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษา โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชําระหนี้ตามคำพิพากษาโดยสิ้นเชิงเช่นเดียวกับ ป. และจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 291 แต่ความรับผิดของโจทก์นั้น เป็นผลมาจากบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติให้นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างซึ่งได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้างด้วย มิได้เป็นผลมาจากการกระทำของโจทก์แต่อย่างใด ดังนั้น เมื่อโจทก์ชําระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนไปแล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับชดใช้จาก ป. ผู้เป็นลูกจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 426 และรับช่วงสิทธิมาไล่เบี้ยจากจำเลยได้อีกส่วนหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 227

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ