BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2567

ผู้จัดการมรดกร่วมคนหนึ่งตาย คนที่เหลือจัดการต่อตามลำพังไม่ได้ ต้องขอศาลตั้งใหม่ — และคำร้องนี้ไม่เป็นฟ้องซ้อน

หลักที่ได้

ศาลตั้งผู้จัดการมรดกหลายคน ต้องจัดการร่วมกันโดยถือเสียงข้างมากตาม ป.พ.พ. ม.1726 เมื่อผู้จัดการมรดกร่วมคนหนึ่งตาย คนที่เหลือยังคงฐานะผู้จัดการมรดกอยู่แต่จัดการต่อไปตามลำพังไม่ได้ ถือว่ามีเหตุขัดข้องตาม ม.1713 ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมได้ ส่วนฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. ม.173 วรรคสอง (1) จะเกิดได้ต่อเมื่อผู้ยื่นอยู่ในฐานะ "โจทก์" ทั้งสองคดี ถ้าในคดีแรกตกเป็นจำเลยย่อมไม่เป็นฟ้องซ้อน

ข้อเท็จจริงย่อ

ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกร่วมกันหลายคน ต่อมาผู้จัดการมรดกร่วมคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ผู้คัดค้านที่ 2 จึงยื่นคำร้องขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกแทน อีกฝ่ายต่อสู้ว่าเป็นฟ้องซ้อน เพราะผู้คัดค้านที่ 2 มีคดีเกี่ยวกับมรดกเดียวกันที่ถูกฟ้องค้างพิจารณาอยู่แล้ว

เหตุผลของศาล

  1. ฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. ม.173 วรรคสอง (1) ต้องเป็นกรณีที่ผู้ยื่นมีฐานะเป็นโจทก์ทั้งในคดีแรกและคดีหลัง เมื่อในคดีก่อนผู้คัดค้านที่ 2 ถูกฟ้องจึงอยู่ในฐานะจำเลย คำร้องขอในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน
  2. ผู้จัดการมรดกหลายคนต้องจัดการร่วมกันโดยถือเอาเสียงข้างมากตาม ป.พ.พ. ม.1726 เมื่อคนหนึ่งตาย ความเป็นผู้จัดการมรดกของคนนั้นสิ้นสุดโดยสภาพ คนที่เหลือยังคงฐานะอยู่ตามคำสั่งศาลแต่จัดการมรดกต่อไปไม่ได้เพราะจะฝ่าฝืน ม.1726
  3. กรณีนี้ถือว่ามีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดกตาม ม.1713 วรรคหนึ่ง (2) ผู้มีส่วนได้เสียจึงยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมเข้ามาในคดีเดิมได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

คำฟ้องหรือคำร้องขอใดจะเป็นฟ้องซ้อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) นั้นคู่ความในคดีแรกและคดีหลังต้องมีฐานะเป็นโจทก์ แม้ผู้คัดค้านที่ 2 จะเคยยื่นคำคัดค้านโดยขอให้ตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมาผู้คัดค้านที่ 2 จึงยื่นคำร้องขอเป็นคดีนี้ อันถือได้ว่าผู้คัดค้านที่ 2 อยู่ในฐานะโจทก์ดังที่ผู้คัดค้านที่ 1 อ้างในฎีกาก็ตาม แต่คดีหมายเลขดำที่ พ 6364/2563 นั้น ผู้คัดค้านที่ 2 ถูกผู้คัดค้านที่ 1 ฟ้อง ผู้คัดค้านที่ 2 จึงอยู่ในฐานะจำเลย ไม่ต้องด้วยกรณี ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1)

เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งบุคคลหลายคนเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน การทำหน้าที่ของผู้จัดการมรดกจะต้องจัดการร่วมกันโดยถือเอาเสียงข้างมากตาม ป.พ.พ. มาตรา 1726 เมื่อผู้จัดการมรดกร่วมคนใดคนหนึ่งถึงแก่ความตาย ความเป็นผู้จัดการมรดกของบุคคลนั้นย่อมสิ้นสุดลงโดยสภาพ แต่ผู้จัดการมรดกที่เหลือยังคงฐานะผู้จัดการมรดกอยู่ตามคำสั่งศาล เพียงแต่ไม่อาจจัดการมรดกต่อไปได้เท่านั้นเพราะจะฝ่าฝืนต่อ ป.พ.พ. มาตรา 1726 กรณีมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง (2) ผู้คัดค้านที่ 2 ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกเพื่อเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมเข้ามาในคดีนี้ได้

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ