คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4208/2567
ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยฟ้องแย้งครบถ้วน ศาลฎีกายกคำพิพากษาได้
หลักที่ได้
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยประเด็นทั้งฟ้องเดิมและฟ้องแย้งให้ครบ การกล่าวรวมว่าไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นไม่อาจแทนคำวินิจฉัยฟ้องแย้ง และศาลฎีกายกคำพิพากษาที่ไม่ปฏิบัติตามแบบดังกล่าวได้แม้ไม่อนุญาตให้ฎีกา
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ฟ้องขอให้ผู้จัดการมรดกของผู้ให้เช่าจดทะเบียนการเช่าที่ดินตามสัญญา 10 ปีและข้อตกลงต่ออีก 5 ปี จำเลยฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่ชำระค่าเช่าและขุดดินโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอค่าเช่า คืนที่ดิน และกลบที่ดิน ศาลชั้นต้นให้โจทก์ชนะและยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ทั้งฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง แต่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเฉพาะลักษณะของสัญญาเช่า
เหตุผลของศาล
- เมื่อจำเลยอุทธรณ์ทั้งฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง ประเด็นแห่งคดีจึงครอบคลุมทั้ง 2 ส่วน
- คำวินิจฉัยเรื่องสัญญาเช่าและข้อความว่าไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นหมายถึงเพียงประเด็นในฟ้องเดิม ไม่ได้ตอบข้อพิพาทเรื่องผิดสัญญาตามฟ้องแย้ง
- คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงไม่แสดงคำวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีให้ครบ และศาลฎีกามีอำนาจยกคำพิพากษานั้นเมื่อเห็นเหตุสมควร
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ ร. มีกำหนดเวลา 10 ปี และเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ทั้งมีข้อตกลงว่า หากสัญญาสิ้นสุดแล้วให้ต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี แต่ ร. ถึงแก่ความตายแล้ว ขอให้จำเลยซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันและเป็นผู้จัดการมรดกของ ร. จดทะเบียนการเช่าให้โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งว่า โจทก์ผิดสัญญาเนื่องจากไม่ชำระค่าเช่าและขุดดินโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้โจทก์ชำระค่าเช่า ส่งมอบที่ดินคืน และกลบที่ดินคืนสู่สภาพเดิม โจทก์ให้การขอให้ยกฟ้องแย้ง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีและยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ทั้งในส่วนของฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง ประเด็นแห่งคดีจึงมีทั้งในส่วนของฟ้องเดิมและฟ้องแย้ง แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 คงวินิจฉัยสรุปความว่า สัญญาเช่าที่ดินเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาที่มีผลบังคับ 10 ปี ซึ่งเป็นประเด็นแห่งคดีเฉพาะในส่วนของฟ้องเดิม แม้จะกล่าวในตอนท้ายว่า อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยอีก เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง แต่ก็ต้องหมายถึงประเด็นอื่นเฉพาะในส่วนของฟ้องเดิมเท่านั้น ไม่ใช่ประเด็นในส่วนของฟ้องแย้งที่ว่า โจทก์ผิดสัญญาเนื่องจากไม่ชำระค่าเช่าและขุดดินโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ยังไม่ได้วินิจฉัยประเด็นในส่วนของฟ้องแย้งให้ครบถ้วนตามอุทธรณ์ของจำเลย จึงเป็นคำพิพากษาที่ไม่ได้กล่าวหรือแสดงคำวินิจฉัยในประเด็นแห่งคดี ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 141 (5) แม้ศาลฎีกาแผนกคำสั่งคำร้องและขออนุญาตฎีกาในศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา แต่เมื่อคดีปรากฏเหตุที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง และศาลฎีกาเห็นว่ามีเหตุอันสมควร ศาลฎีกาย่อมยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้นเสียได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 252 เมื่อวินิจฉัยดั่งนี้ ที่โจทก์ฎีกาจึงไม่ต้องวินิจฉัยให้
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ