คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2567
คำขอท้ายฟ้องขอเพียงบทเบา คดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง
หลักที่ได้
อำนาจพิจารณาของศาลดูจากความผิดที่โจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษ เมื่อคำขอท้ายฟ้องระบุเฉพาะฉ้อโกงและความผิดคอมพิวเตอร์บทเบา แม้คำบรรยายจะเข้าองค์ประกอบบทหนัก ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ขอลงโทษบทหนัก คดีจึงอยู่ในอำนาจศาลแขวง
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์บรรยายการกระทำของจำเลยทั้งสี่เกี่ยวกับการฉ้อโกงและการใช้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อความในฟ้องอาจเข้าองค์ประกอบบทที่มีโทษสูง แต่คำขอท้ายฟ้องอ้างบทเดิมที่ถูกยกเลิกและระบุบทแก้ไขเฉพาะวรรคที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท โดยไม่ได้ขอให้ลงโทษตามบทหนักที่แก้ไขใหม่
เหตุผลของศาล
- แม้คำบรรยายฟ้องอาจครบองค์ประกอบบทหนัก แต่ศาลต้องพิจารณาความประสงค์ลงโทษจากคำขอท้ายฟ้องประกอบด้วย
- การระบุเฉพาะบทเบาและไม่ขอบทหนักแสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษเพียงฉ้อโกงกับความผิดคอมพิวเตอร์บทเบา
- ความผิดที่ขอลงโทษมีอัตราโทษอยู่ภายในเขตอำนาจศาลแขวง ศาลชั้นต้นจึงพิจารณาพิพากษาได้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
แม้ฟ้องโจทก์บรรยายครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว อันเป็นบทหนักที่บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษสูงขึ้น และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) ยังคงบัญญัติว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอยู่ โดยมาตรา 14 (1) และมาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) มีระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อันเกินอำนาจศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาได้ก็ตาม แต่การที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว และระบุขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 และมาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทเบามีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมิได้มีคำขอให้ลงโทษตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นบทหนัก ย่อมแสดงให้เห็นว่า โจทก์ประสงค์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในข้อหาฉ้อโกง และความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 เท่านั้น ไม่อาจถือว่าโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษบทหนักตามบทบัญญัติดังกล่าวด้วย เมื่อความผิดตาม ป.อ. มาตรา 341 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 มีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นที่เป็นศาลแขวง
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ