คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567
ยิงเพราะสำคัญผิดว่าเป็นคนร้าย — เกินกว่ากรณีจำต้องป้องกัน และเมื่อสำคัญผิดเกิดโดยประมาทก็ผิดฐานประมาทด้วย
หลักที่ได้
แม้สำคัญผิดว่ามีภยันตราย (เข้าใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนร้าย) การตอบโต้ก็ต้องพอสมควรแก่เหตุ ถ้ายังมีทางเลือกอื่น เช่น ยิงขู่ขึ้นฟ้า แต่กลับยิงใส่ตัวทันที เป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำตาม ป.อ. ม.69 และถ้าความสำคัญผิดนั้นเกิดจากความประมาทของผู้กระทำเอง ก็ต้องรับผิดฐานกระทำโดยประมาทตาม ม.62 วรรคสอง ประกอบ ม.390 อีกฐานหนึ่งด้วย โดยศาลมีอำนาจลงโทษตาม ป.วิ.อ. ม.192 วรรคสองและวรรคสาม
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยเข้าใจว่าโจทก์ร่วมเป็นคนร้ายที่จะมาทำร้ายตน เมื่อเจอกันขณะโจทก์ร่วมนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์แล่นสวนมา จำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม 2 นัดติดต่อกันจนได้รับบาดเจ็บ ทั้งที่โจทก์ร่วมยังไม่มีพฤติการณ์อันเป็นภยันตรายร้ายแรงต่อจำเลย
เหตุผลของศาล
- โจทก์ร่วมเคยร้องถามจำเลยก่อน ซึ่งผิดวิสัยคนร้ายที่จะส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัว และขณะเจอกันโจทก์ร่วมไม่มีพฤติการณ์เป็นภยันตรายร้ายแรง จำเลยยังเลือกยิงขึ้นฟ้าหรือยิงทางอื่นเพื่อข่มขู่ได้
- การยิงใส่โจทก์ร่วม 2 นัดติดต่อกันจึงเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าตาม ม.288 ประกอบ ม.80 และ ม.69
- ความสำคัญผิดว่าโจทก์ร่วมเป็นคนร้ายเกิดจากความประมาทของจำเลยเองที่ไม่ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนลงมือ จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายตาม ม.390 โดยผลของ ม.62 วรรคสอง ซึ่งศาลลงโทษได้ตาม ป.วิ.อ. ม.192 วรรคสองและวรรคสาม
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมมีพฤติการณ์ใดอันจะเป็นภยันตรายร้ายแรงต่อจำเลยซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์บุตรชายแล่นสวนทางมา จำเลยย่อมสามารถใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าหรือยิงไปทางอื่นเพื่อข่มขู่โจทก์มิให้ทำร้ายจำเลยได้ ไม่มีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม 2 นัด ติดต่อกัน การกระทำของจำเลยจึงเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จำเลยจึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 และมาตรา 69 ทั้งตามพฤติการณ์แห่งคดีย่อมเห็นได้ว่าความสำคัญผิดของจำเลยดังกล่าวเกิดขึ้นโดยความประมาทของจำเลย เนื่องจากจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงมือยิงว่าโจทก์ร่วมเป็นคนร้ายจริงหรือไม่ จำเลยย่อมมีความผิดฐานกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตาม ป.อ. มาตรา 390 โดยผลของมาตรา 62 วรรคสองด้วย ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225
ที่มา: หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ