BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6181/2567

นำรถติดหมายเลขและป้ายทะเบียนปลอมมาจอดขาย เป็นการใช้เอกสารปลอมสำเร็จ

หลักที่ได้

การใช้เอกสารปลอมหมายถึงนำเอกสารไปทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การนำรถที่มีหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงในเต็นท์รถเพื่อให้ดูว่ามีข้อมูลครบถ้วน จึงเป็นการใช้เอกสารและเอกสารราชการปลอมสำเร็จแล้ว

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถัง หมายเลขประจำเครื่องยนต์ และแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงไว้ที่เต็นท์รถของจำเลย เพื่อให้รถปรากฏว่ามีหมายเลขประจำตัวและป้ายทะเบียนครบถ้วน นอกจากนี้จำเลยถูกฟ้องเรื่องขายสินค้าควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากและไม่ส่งมอบหลักฐานรับเงินที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภค

เหตุผลของศาล

  1. คำว่าใช้หมายถึงการนำสิ่งนั้นมาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ซื้อหรือเกิดความเสียหายก่อน
  2. การจอดแสดงรถที่ติดข้อมูลและป้ายปลอมทำให้เกิดประโยชน์ว่ารถมีข้อมูลประจำรถและทะเบียนครบถ้วน จึงเป็นการใช้เอกสารปลอมสำเร็จ
  3. ส่วนความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่ถูกฟ้องมีโทษจำคุกประกอบ ไม่ใช่ความผิดปรับสถานเดียว จึงไม่ถูกเปลี่ยนเป็นความผิดทางพินัย

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

"ใช้" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายความว่า เอามาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การที่จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงอยู่ที่เต็นท์รถของจำเลย ก็เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ว่ารถยนต์ดังกล่าวมีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนครบถ้วน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จฐานใช้เอกสารและเอกสารราชการปลอม

แม้ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม แต่ตามมาตรา 39 แห่ง พระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติให้เปลี่ยนความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี 1 ท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว เป็นความผิดทางพินัยตามพระราชบัญญัตินี้ และให้ถือว่าอัตราโทษปรับอาญาที่บัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าวเป็นอัตราค่าปรับเป็นพินัยตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 อยู่ในบัญชี 1 ท้าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 ลำดับ 52 และมาตรา 41 บัญญัติว่า ความผิดอาญาที่มีโทษปรับสถานเดียวตามกฎหมายในบัญชี 1 ... ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ไม่รวมถึง (1) ความผิดที่มีโทษจำคุกหรือโทษที่สูงกว่าสำหรับกรณีที่บุคคลธรรมดาเป็นผู้กระทำ แต่มีโทษปรับสถานเดียวสำหรับกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้กระทำความผิดเดียวกันนั้น...เมื่อความผิดฐานขายสินค้าที่ควบคุมฉลากโดยไม่มีฉลากมีระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดฐานเป็นผู้ประกอบธุรกิจไม่ส่งมอบหลักฐานการรับเงินที่มีรายการและข้อความถูกต้องให้แก่ผู้บริโภคมีระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 52 วรรคหนึ่ง (เดิม) และมาตรา 57 วรรคหนึ่ง (เดิม) ที่มีผลใช้บังคับขณะจำเลยกระทำความผิด ดังนั้น ความผิดทั้งสองฐานที่จำเลยถูกฟ้อง จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เนื่องจากมิใช่ความผิดที่มีโทษปรับสถานเดียว

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ