คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567
ผู้ทำละเมิดจ่ายผู้เอาประกันตามคำพิพากษาโดยไม่รู้เรื่องรับช่วงสิทธิ = ชำระหนี้สมบูรณ์ บริษัทประกันเรียกซ้ำไม่ได้
หลักที่ได้
ผู้รับประกันภัยรับช่วงสิทธิตั้งแต่วันที่จ่ายค่าสินไหมตาม ป.พ.พ. ม.226 และ ม.880 แต่ถ้าผู้ทำละเมิดไม่รู้เรื่องการรับช่วงสิทธิและได้ชำระหนี้ให้ผู้เอาประกันตามคำพิพากษาไปโดยสุจริต การชำระหนี้นั้นสมบูรณ์ตาม ม.316 มูลหนี้ระงับ ผู้รับประกันภัยจะเรียกจากผู้ทำละเมิดอีกไม่ได้
ข้อเท็จจริงย่อ
ผู้เอาประกันยื่นคำร้องในคดีอาญา (ป.วิ.อ. ม.44/1) ขอให้ผู้ขับรถชนชดใช้ค่าซ่อมรถ ศาลให้ 400,000 บาท ระหว่างนั้นบริษัทประกันได้จ่ายค่าสินไหม 200,000 บาทให้ผู้เอาประกันไปก่อนแล้ว และมาฟ้องไล่เบี้ยผู้ทำละเมิดในภายหลัง โดยผู้ทำละเมิดได้จ่ายเงินตามคำพิพากษาคดีอาญาไปแล้วโดยไม่รู้เรื่องการรับช่วงสิทธิ
เหตุผลของศาล
- บริษัทประกันไม่ได้เป็นคู่ความในคดีอาญา ฟ้องคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. ม.148 และไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ม.144
- สิทธิรับช่วงของบริษัทประกันเกิดตั้งแต่วันจ่ายค่าสินไหมตาม ม.226 วรรคหนึ่ง และ ม.880 วรรคหนึ่ง
- แต่ผู้ทำละเมิดไม่รู้เรื่องการรับช่วงสิทธิ และจ่ายเงินให้ผู้เอาประกันตามคำพิพากษาคดีอาญา จึงเป็นการชำระหนี้แก่ผู้ครองตามปรากฏแห่งสิทธิโดยสุจริต สมบูรณ์ตาม ม.316 มูลหนี้ส่วนนั้นระงับ บริษัทประกันเรียกซ้ำจากผู้ทำละเมิดไม่ได้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจและผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ซึ่ง ต. ผู้เอาประกันภัยยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นค่าเสียหายในการซ่อมรถยนต์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 โจทก์คดีนี้ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของ ต. ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าว การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 คดีนี้ จึงมิใช่เป็นเรื่องที่ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้วคู่ความเดียวกันมารื้อฟ้องกันอีก ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำอันจะต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ทั้งมิใช่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 144 — การที่โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ ต. ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ก่อนวันที่ศาลมีคำพิพากษาในคดีอาญาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าซ่อมรถยนต์แก่ ต. สิทธิของโจทก์ในการเข้ารับช่วงสิทธิของ ต. ย่อมเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 226 วรรคหนึ่ง และมาตรา 880 วรรคหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 รู้ว่าโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่ ต. และเข้ารับช่วงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายก่อนวันที่ศาลมีคำพิพากษาในคดีอาญา ทั้งการที่จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ ต. เป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล ตามพฤติการณ์จึงเป็นการชำระหนี้ซึ่งได้ทำให้แก่ผู้ครองตามปรากฏแห่งสิทธิในมูลหนี้ละเมิดโดยสุจริต การชำระหนี้ดังกล่าวย่อมสมบูรณ์ตามมาตรา 316 มูลหนี้ส่วนนี้จึงระงับไป โจทก์ไม่อาจเรียกให้จำเลยรับผิดในค่าเสียหายสำหรับความเสียหายต่อรถยนต์ 200,000 บาท ได้
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 31 ส.ค. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ