คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568
ข้อหาโทษขั้นต่ำห้าปีขึ้นไป โจทก์ไม่สืบพยาน แม้จำเลยรับสารภาพก็ลงโทษไม่ได้
หลักที่ได้
คดีที่กฎหมายกำหนดโทษอย่างต่ำจำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนพอใจ เมื่อโจทก์ไม่ติดใจสืบพยานก็ลงโทษตามฟ้องไม่ได้ และเมื่อไม่มีข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความนอกเหนือจากฟ้อง จะอาศัยบทลงโทษตามที่พิจารณาได้ความเพื่อลงโทษฐานเบากว่าก็ไม่ได้
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ ศาลชั้นต้นอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องตามบันทึกคำให้การที่สักขีพยานบันทึกไว้ จากนั้นตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณา จำเลยไม่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกขึ้นวินิจฉัย ต่อมาโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โดยมีอาวุธแทน
เหตุผลของศาล
- ข้อหาที่โจทก์ฟ้องเป็นความผิดที่แม้จำเลยรับสารภาพและไม่สืบพยาน ศาลก็ยังต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง
- เมื่อโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยาน จึงไม่มีพยานหลักฐานให้ศาลฟังลงโทษจำเลยตามฟ้องได้ และปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้จำเลยไม่ได้อุทธรณ์
- แม้ความผิดฐานชิงทรัพย์จะรวมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์อยู่ด้วย แต่เมื่อคู่ความไม่สืบพยานเลย ข้อเท็จจริงอันเป็นการกระทำของจำเลยจึงมีเพียงเท่าที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง ไม่มีข้อเท็จจริงตามที่พิจารณาได้ความ
- จึงนำบทบัญญัติเรื่องการลงโทษตามข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความมาใช้เพื่อลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โดยมีอาวุธตามที่โจทก์ฎีกาไม่ได้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 แม้จำเลยให้การรับสารภาพและจำเลยไม่สืบพยาน ก็ไม่อาจพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนี้ได้ ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 แต่กลับปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า โจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยาน โจทก์จึงไม่มีพยานหลักฐานที่จะให้ศาลฟังลงโทษจำเลยในความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธตามฟ้องได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ อีกทั้งแม้ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นความผิดที่รวมการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ อยู่ด้วยก็ตาม แต่เมื่อปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า ศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาตามฟ้องโจทก์ตามบันทึกคำให้การที่สักขีพยานบันทึกไว้ โจทก์และจำเลยแถลงว่าไม่ติดใจสืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณา ดังนั้น ข้อเท็จจริงอันเป็นการกระทำของจำเลยที่โจทก์อ้างว่าเป็นความผิด ก็มีเพียงเท่าที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง หาได้มีข้อเท็จจริงตามที่พิจารณาได้ความแต่อย่างใดไม่ จึงไม่อาจนำ ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย มาใช้บังคับเพื่อให้ศาลลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์โดยมีอาวุธดังที่โจทก์ฎีกาได้
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ