คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2276/2568
เลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว เรียกดอกเบี้ยช่วงพักชำระหนี้ที่เป็นค่าเช่าซื้อค้างไม่ได้
หลักที่ได้
ดอกเบี้ยที่ผู้ให้เช่าซื้อคิดเพิ่มในช่วงพักชำระหนี้เป็นส่วนหนึ่งของราคาเช่าซื้อและเป็นค่าเช่าซื้อค้างก่อนสัญญาเลิก เมื่อเลิกสัญญาแล้วคู่กรณีต้องกลับคืนฐานะเดิม ผู้ให้เช่าซื้อจึงเรียกดอกเบี้ยส่วนนั้นไม่ได้
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์พักชำระหนี้ให้จำเลยที่ 1 ตั้งแต่งวดเดือนกุมภาพันธ์ถึงกรกฎาคม 2563 รวม 6 เดือน แต่ยังคิดดอกเบี้ยร้อยละ 12.09 ต่อปีเป็นเงิน 14,422.22 บาท เพิ่มจากผลประโยชน์ตามสัญญาเช่าซื้อเดิม 193,067.66 บาท ต่อมาสัญญาเช่าซื้อเลิกกันและโจทก์เรียกให้จำเลยชำระดอกเบี้ยช่วงพักหนี้
เหตุผลของศาล
- ดอกเบี้ยช่วงพักชำระเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ผูกกับราคาเช่าซื้อและต้องชำระเป็นส่วนหนึ่งของงวด
- จำนวนดังกล่าวจึงมีลักษณะเป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างก่อนสัญญาเลิก ไม่ใช่หนี้อิสระภายหลังเลิกสัญญา
- ผลการเลิกสัญญาทำให้คู่กรณีต้องกลับคืนฐานะเดิม ผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อค้างในรูปดอกเบี้ยช่วงพักหนี้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
การที่โจทก์พักชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึงงวดเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นเวลา 6 เดือน แต่โจทก์ยังคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.09 ต่อปี ในระหว่างการพักชำระหนี้เป็นเงินรวม 14,422.22 บาท ดอกเบี้ยดังกล่าวจึงเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่โจทก์คิดขณะทำสัญญาเช่าซื้อจำนวน 193,067.66 บาท ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของราคาเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อต้องชำระในแต่ละงวด และเป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน เมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน คู่กรณีแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง ดังนั้น โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระดอกเบี้ยในระหว่างพักชำระหนี้อันเป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนสัญญาเช่าซื้อเลิกกันได้
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ