BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2658 - 2663/2568

จ้างให้คำปรึกษาโดยไม่มุ่งผลสำเร็จของงาน ไม่ใช่จ้างทำของ แต่เป็นสัญญาจ้างบริการอย่างอื่น

หลักที่ได้

สัญญาจ้างให้คำปรึกษาที่จ่ายค่าตอบแทนเป็นรายเดือนโดยไม่มุ่งผลสำเร็จของงาน ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ แต่เป็นสัญญาจ้างบริการอย่างอื่นซึ่งเป็นเอกเทศสัญญาที่ไม่ได้แยกประเภทไว้ เมื่อเลิกกันโดยปริยาย คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมและฝ่ายผิดสัญญายังต้องใช้ค่าแห่งการงานกับค่าสินไหมทดแทน

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ทั้งห้าตกลงกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือการดำเนินธุรกิจ โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตกลงจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายเดือนและไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง การให้คำปรึกษาแต่ละครั้งไม่ได้ทำให้งานสำเร็จตามที่จำเลยกำหนด และคำปรึกษาก็ไม่ผูกพันให้จำเลยต้องปฏิบัติตาม ต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แสดงเจตนาจะไม่ว่าจ้างโจทก์ทั้งห้าอีกต่อไป และไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งห้ายังทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหลังจากนั้น โดยโจทก์ทั้งห้าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา ส่วนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่ได้เป็นคู่สัญญาและไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ทั้งห้า

เหตุผลของศาล

  1. ข้อตกลงเป็นการจ้างให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมเพื่อให้คำปรึกษา โดยจ่ายค่าตอบแทนรายเดือนและไม่มีกำหนดระยะเวลา การให้คำปรึกษาแต่ละครั้งไม่ได้ทำให้งานสำเร็จตามที่กำหนด จึงไม่ใช่สัญญาที่กำหนดสินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำ
  2. ทั้งคำปรึกษาก็ไม่ผูกพันให้ผู้ว่าจ้างต้องปฏิบัติตามอันจะเกิดผลงานเสมอไป สัญญาจึงมิใช่สัญญาจ้างทำของ แต่เป็นสัญญาจ้างบริการอย่างอื่นซึ่งเป็นเอกเทศสัญญาที่มิได้แยกประเภทไว้ในกฎหมาย
  3. เมื่อผู้ว่าจ้างแสดงเจตนาจะไม่ว่าจ้างต่อไป และโจทก์ทั้งห้าก็ไม่ได้ทำหน้าที่ต่อ พฤติการณ์ถือได้ว่าทั้งสองฝ่ายแสดงเจตนาเลิกสัญญาต่างตอบแทนโดยปริยาย คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจึงต้องให้อีกฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะเดิม โดยไม่กระทบสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย
  4. เมื่อโจทก์ทั้งห้าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงต้องใช้เงินตามควรค่าแห่งการงานที่โจทก์ทั้งห้าได้กระทำและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการเลิกสัญญา ส่วนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่ได้เป็นคู่สัญญาและไม่มีนิติสัมพันธ์ จึงไม่ต้องรับผิด

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตกลงจ่ายค่าตอบแทนให้แก่โจทก์ทั้งห้าเป็นรายเดือน และไม่มีกำหนดระยะเวลาการจ้าง ซึ่งการให้คำปรึกษาในแต่ละครั้งไม่ได้ทำให้งานสำเร็จไปตามที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กำหนดไว้ กรณีจึงไม่ใช่สัญญาที่กำหนดให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น ทั้งการให้คำปรึกษาก็มิได้ผูกพันให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ต้องปฏิบัติตามอันจะมีผลให้เกิดผลงานตามที่โจทก์ทั้งห้าให้คำปรึกษาเสมอไป สัญญาว่าจ้างหรือสัญญาต่างตอบแทนระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงมิใช่สัญญาจ้างทำของ แต่เป็นสัญญาจ้างบริการอย่างอื่นอันมีลักษณะเป็นเอกเทศสัญญาอย่างหนึ่งที่มิได้กำหนดแยกประเภทไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เมื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในฐานะผู้ว่าจ้างได้แสดงเจตนาจะไม่ว่าจ้างโจทก์ทั้งห้าอีกต่อไป ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทั้งห้าทำหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมโดยให้คำปรึกษาแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 หลังจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 แสดงเจตนาเลิกจ้างโจทก์ทั้งห้า พฤติการณ์ดังกล่าวถือได้ว่าทั้งสองฝ่ายแสดงเจตนาเลิกสัญญาต่างตอบแทนระหว่างกันโดยปริยาย สัญญาต่างตอบแทนระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงเลิกกันโดยปริยายแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่หากระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายไม่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคสามและวรรคท้าย เมื่อโจทก์ทั้งห้าไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา หากแต่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จึงต้องใช้เงินตามควรค่าแห่งการงานอันโจทก์ทั้งห้าได้กระทำและชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ทั้งห้าเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดจากการเลิกสัญญานั้น ส่วนจำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ทั้งห้า อีกทั้งไม่มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกัน จำเลยที่ 5 ถึงที่ 7 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งห้า

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ