BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2568

โอนย้ายลูกจ้างไปบริษัทอื่นโดยลูกจ้างยินยอม ไม่ใช่เปลี่ยนตัวนายจ้าง แต่ต้องนับอายุงานต่อเนื่อง

หลักที่ได้

การรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่เพราะเปลี่ยนตัวนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล ใช้เฉพาะกรณีนายจ้างเดิมจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลอื่น แต่ถ้าเป็นการโอนย้ายลูกจ้างไปยังนายจ้างใหม่โดยลูกจ้างยินยอม ฐานะลูกจ้างไม่สิ้นสุดลง จึงต้องนับอายุงานต่อเนื่องกัน เว้นแต่ตกลงกันเป็นอย่างอื่น

ข้อเท็จจริงย่อ

บริษัท ม. และโจทก์ต่างจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน บริษัท ม. เป็นนายจ้างผู้นำส่งเงินสมทบของจำเลยร่วมเข้ากองทุนประกันสังคมถึงงวดเดือนกุมภาพันธ์ 2545 จากนั้นโจทก์เป็นผู้นำส่งต่อมาตั้งแต่งวดเดือนมีนาคม 2545 ตามหนังสือรับรองปรากฏว่าบริษัท ม. เป็นบริษัทร้างและสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียนเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2552 โดยระหว่างนั้นบริษัท ม. ยังคงดำเนินกิจการของตนต่อไปและไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใดเพื่อให้มีสถานะเป็นโจทก์ ทั้งการที่จำเลยร่วมไปทำงานกับโจทก์ก็เกิดจากบริษัท ม. โอนย้ายจำเลยร่วมไปโดยจำเลยร่วมยินยอม มิใช่ลาออกแล้วสมัครเข้าทำงานใหม่ และการโอนย้ายไม่มีข้อกำหนดห้ามนับอายุงานต่อเนื่อง มีปัญหาว่าต้องนับอายุงานของจำเลยร่วมต่อเนื่องหรือไม่

เหตุผลของศาล

  1. การที่นายจ้างใหม่จะรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่นายจ้างเดิมมีต่อลูกจ้างรวมถึงระยะเวลาการทำงาน ในกรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องเป็นกรณีที่นายจ้างเดิมจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด และมีผลให้ลูกจ้างไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่
  2. เมื่อบริษัท ม. กับโจทก์เป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน และบริษัท ม. ยังคงดำเนินกิจการต่อไปจนสิ้นสภาพเพราะเป็นบริษัทร้าง โดยไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด กรณีจึงมิใช่การเปลี่ยนตัวนายจ้าง
  3. แต่การที่จำเลยร่วมไปทำงานกับโจทก์มีลักษณะเป็นการที่นายจ้างเดิมโอนย้ายลูกจ้างไปเป็นลูกจ้างของโจทก์โดยลูกจ้างยินยอม มิใช่การลาออกแล้วสมัครเข้าทำงานใหม่
  4. เมื่อจำเลยร่วมมาทำงานกับโจทก์เพราะผลของการโอน ฐานะความเป็นลูกจ้างย่อมไม่สิ้นสุดลง การนับอายุงานจึงต้องนับต่อเนื่องกัน เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น เมื่อไม่มีข้อกำหนดห้ามนับต่อเนื่อง จึงต้องนับอายุงานต่อเนื่องกันไป

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

การที่โจทก์จะรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จำเลยร่วมมีต่อบริษัท ม. อันหมายความรวมถึงระยะเวลาการทำงานของจำเลยร่วม ในกรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 นั้น จะต้องเป็นกรณีที่นายจ้างเดิมมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด และมีผลทำให้ลูกจ้างไปเป็นลูกจ้างของนายจ้างใหม่ เมื่อได้ความว่าบริษัท ม. และโจทก์ต่างจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากกัน โดยบริษัท ม. เป็นนายจ้างผู้นำส่งเงินสมทบของจำเลยร่วมเข้ากองทุนประกันสังคมเพียงแค่งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2545 และโจทก์เป็นนายจ้างผู้นำส่งเงินสมทบของจำเลยร่วมเข้ากองทุนประกันสังคมต่อมาตั้งแต่งวดเดือนมีนาคม 2545 แต่ตามหนังสือรับรองของบริษัท ม. ปรากฏว่าบริษัท ม. เป็นบริษัทร้างและสิ้นสภาพนิติบุคคลตั้งแต่วันที่นายทะเบียนได้ขีดชื่อออกจากทะเบียนในวันที่ 29 ธันวาคม 2552 ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หลังจากบริษัท ม. นำส่งเงินสมทบของจำเลยร่วมเข้ากองทุนประกันสังคมในงวดเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ซึ่งเป็นงวดสุดท้ายแล้ว บริษัท ม. ก็ยังคงดำเนินกิจการของตนเองต่อไปโดยไม่ได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลง โอน หรือควบกับนิติบุคคลใด เพื่อให้มีสถานะเป็นโจทก์แต่อย่างใด กรณีที่จำเลยร่วมไปทำงานกับโจทก์จึงมิใช่เป็นการเปลี่ยนตัวนายจ้างอันจะทำให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างใหม่ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่อันเกี่ยวกับลูกจ้างจากนายจ้างเดิมทุกประการตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 ดังกล่าว แต่การโอนย้ายของจำเลยร่วมมีลักษณะเป็นกรณีที่บริษัท ม. ซึ่งเป็นนายจ้าง โอนย้ายจำเลยร่วมไปเป็นลูกจ้างโจทก์โดยจำเลยร่วมยินยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 577 วรรคหนึ่ง เมื่อจำเลยร่วมมาทำงานกับโจทก์ก็เพราะผลของการโอนตามบทบัญญัติดังกล่าว มิใช่จำเลยร่วมลาออกจากบริษัท ม. แล้วมาสมัครเข้าทำงานกับโจทก์ใหม่ ฐานะความเป็นลูกจ้างของจำเลยร่วมย่อมไม่สิ้นสุดลง การนับอายุงานจึงต้องนับต่อเนื่องกัน เว้นแต่จะมีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น เมื่อการโอนย้ายดังกล่าวไม่มีข้อกำหนดไม่ให้นับอายุงานต่อเนื่อง การนับอายุงานของจำเลยร่วมจึงต้องนับต่อเนื่องกันไป

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ