BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3247 - 3248/2568

ประเด็นข้อพิพาทเกิดจากคำฟ้องกับคำให้การ แม้ชั้นชี้สองสถานจะเขียนไว้อย่างย่อ

หลักที่ได้

ประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การที่โต้กันตรง ๆ อยู่แล้ว แม้ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นไว้โดยใช้ถ้อยคำตามตัวบทอย่างย่อ ก็ไม่ทำให้ข้อที่คู่ความโต้กันไว้ชัดแจ้งหลุดออกจากประเด็น

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์ฟ้องหย่าโดยบรรยายว่าจำเลยที่ 1 ประพฤติชั่ว ให้การอุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธข้อความเดียวกันทั้งหมด ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นไว้อย่างย่อว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือทำร้ายร่างกายโจทก์ หรือเหยียดหยามบุพการีของโจทก์ ต่อมาศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ จำเลยที่ 1 จึงอ้างว่าเรื่องนี้ไม่ได้ถูกกำหนดเป็นประเด็นและโจทก์สละประเด็นไปแล้ว

เหตุผลของศาล

  1. เมื่อคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยที่ 1 มีรายละเอียดตรงกันและโต้แย้งกันในข้อเดียวกัน ประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดขึ้นแล้วจากคำคู่ความ
  2. การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นโดยใช้ถ้อยคำตามบทบัญญัติในกฎหมายไว้โดยย่อ ไม่ทำให้ข้อที่คู่ความโต้กันไว้ชัดแจ้งหลุดออกไปจากประเด็น
  3. จึงไม่ใช่กรณีที่ไม่มีประเด็นข้อพิพาทหรือโจทก์สละประเด็น การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ประพฤติชั่วให้การอุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ จำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่เคยประพฤติชั่วโดยให้การอุปการะเลี้ยงดู ยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ เช่นนี้ ประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดขึ้นจากคำฟ้องโจทก์และคำให้การของจำเลยที่ 1 แล้วว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณอันเป็นเหตุหย่าหรือไม่ เมื่อเป็นประเด็นข้อพิพาทในคดีแล้ว แม้ในชั้นชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นจะกำหนดประเด็นว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยา หรือทำร้ายร่างกายโจทก์ หรือเหยียดหยามบุพการีของโจทก์ อันเป็นการกำหนดประเด็นโดยใช้ถ้อยคำตามมบทบัญญัติในกฎหมายอันเป็นเหตุที่โจทก์ฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1) และ (3) ไว้โดยย่อก็ตาม แต่เมื่อคำฟ้องโจทก์และคำให้การของจำเลยที่ 1 มีรายละเอียดตรงกัน ย่อมเป็นประเด็นต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 อุปการะเลี้ยงดูยกย่องผู้อื่นฉันภริยา เป็นชู้ และร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณมีเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1) หรือไม่ จึงเป็นประเด็นข้อพิพาทในคดีนี้ หาใช่เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดไว้เป็นประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยที่ 1 ร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณ และโจทก์ได้สละประเด็นดังกล่าว อันจะทำให้ไม่มีประเด็นข้อพิพาทตามที่จำเลยที่ 1 อ้าง ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการร่วมประเวณีกับหญิงอื่นเป็นอาจิณอันเป็นเหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1) เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นข้อพิพาทแห่งคดี จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ