BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

พรีออเดอร์ไม่เป็นฉ้อโกง แต่ผู้ขายยังต้องคืนเงินเพราะผิดสัญญา

หลักที่ได้

เมื่อผู้ซื้อรู้อยู่แล้วว่าสินค้ายังไม่มีพร้อมส่ง การโฆษณาพรีออเดอร์ไม่ใช่การหลอกว่ามีสินค้าในครอบครอง จึงไม่เป็นฉ้อโกง อย่างไรก็ดี การยกฟ้องอาญาไม่ตัดความรับผิดทางแพ่ง ผู้ขายที่รับเงินแล้วไม่ส่งของตามกำหนดยังต้องคืนเงิน

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยโพสต์เฟซบุ๊กเปิดพรีออเดอร์ชุดนอนและสนทนากับโจทก์ร่วมจนโจทก์ร่วมทราบว่ายังไม่มีสินค้าพร้อมส่ง โจทก์ร่วมสั่งซื้อ 5,000 ชุดและโอนเงิน 135,000 บาทครบถ้วน แต่จำเลยไม่ส่งมอบภายในเวลาที่ตกลง โจทก์ขอให้ลงโทษและให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์ร่วม

เหตุผลของศาล

  1. ข้อความโฆษณาและการสนทนาไม่ได้ยืนยันว่าจำเลยมีสินค้าอยู่แล้ว และโจทก์ร่วมทราบว่าเป็นการสั่งซื้อล่วงหน้า จึงไม่มีการแสดงข้อความเท็จหรือปกปิดความจริงตามฟ้อง
  2. การกระทำจึงไม่เป็นฉ้อโกงและไม่เป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  3. แต่ข้อเท็จจริงเรื่องรับเงินแล้วไม่ส่งสินค้าตามกำหนดแสดงว่าจำเลยผิดสัญญา ความรับผิดส่วนแพ่งพิจารณาตามกฎหมายแพ่งได้แม้คดีอาญายกฟ้อง จำเลยต้องคืนเงิน

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

จากข้อความที่โจทก์ร่วมสนทนากับจำเลย จำเลยมิได้ยืนยันข้อเท็จจริงต่อโจทก์ร่วมว่าในขณะที่โจทก์ร่วมสั่งซื้อสินค้าชุดนอน 5,000 ชุด นั้น จำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองแล้ว โจทก์ร่วมก็ทราบว่าจำเลยยังไม่มีสินค้าในครอบครองพร้อมจะส่งมอบให้แก่โจทก์ร่วม ประกอบกับในเฟซบุ๊กของจำเลยมีข้อความเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ว่า "เปิดพรีออเดอร์ล๊อตใหม่" ซึ่งหมายถึงเปิดให้สั่งจองหรือสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า แม้จะมีภาพถ่ายใบหน้าจำเลยอยู่ด้านหน้ากองสินค้าก็ตาม แต่ก็ไม่มีข้อความใดยืนยันว่าจำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองพร้อมส่งมอบดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง อีกทั้งข้อความที่โจทก์ร่วมและจำเลยสนทนากัน เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่โจทก์ร่วมในขณะนั้นแล้วว่าจำเลยยังไม่มีสินค้าชุดนอนจำนวน 5,000 ชุด อยู่ในครอบครอง จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงว่าจำเลยมีสินค้าอยู่ในครอบครองแล้ว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง และไม่เป็นการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติว่าการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ร่วมสั่งซื้อชุดนอนจำนวน 5,000 ชุด และโจทก์ร่วมโอนเงิน 135,000 บาท ให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว จำเลยไม่ส่งมอบชุดนอนจำนวนดังกล่าวให้แก่โจทก์ร่วมภายในเวลาที่ตกลงกัน จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งจึงต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า จำเลยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงต้องคืนเงิน 135,000 บาท ให้แก่โจทก์ร่วม

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ