คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5398/2568
ค่าสินไหมจากผู้รับประกันภัยต้องหักออก ป้องกันผู้เสียหายได้รับซ้ำซ้อน
หลักที่ได้
ค่าสินไหมที่ผู้เสียหายได้รับจากทั้งประกันภัยผู้ประสบภัยจากรถและประกันภัยค้ำจุนเป็นการชดเชยความเสียหายจากละเมิด ต้องนำมาหักจากความรับผิดของผู้ก่อเหตุ หากจำนวนที่ได้รับคุ้มความเสียหายที่เหลือแล้ว ผู้ก่อเหตุไม่ต้องชำระซ้ำ
ข้อเท็จจริงย่อ
ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าปลงศพ 269,597 บาทและค่าขาดไร้อุปการะ 672,000 บาท รวม 941,597 บาท หลังหักเงินที่จำเลยจ่ายแล้วเหลือ 830,038 บาท โจทก์ร่วมที่ 1 ยังได้รับจากประกันภัยผู้ประสบภัยจากรถ 488,441 บาทและจากประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยขับ 500,000 บาท แต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้หักเงิน 2 ส่วนนี้
เหตุผลของศาล
- เงินตามกรมธรรม์ผู้ประสบภัยจากรถเป็นค่าสินไหมเพื่อชดเชยความเสียหายจากละเมิด รวมถึงค่าขาดไร้อุปการะ และผู้รับประกันภัยมีสิทธิไล่เบี้ย
- เงินจากประกันภัยรถยนต์อีกส่วนเป็นความรับผิดตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน จึงต้องนำมาหักด้วยเช่นกัน
- เงินจากผู้รับประกันภัยรวม 988,441 บาทสูงกว่ายอดที่เหลือ 830,038 บาท หากให้จำเลยชำระอีกจะซ้ำซ้อนและเกินความเสียหายจริง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 แยกเป็นค่าปลงศพ 269,597 บาท และค่าขาดไร้อุปการะ 672,000 บาท รวมเป็นค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 941,597 บาท จำเลยชำระค่ารักษาพยาบาลแล้ว 11,559 บาท กับเงินบรรเทาความเดือดร้อนอีก 100,000 บาท จึงให้นำมาหักคงเหลือค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมที่ 1 จำนวน 830,038 บาท การที่โจทก์ร่วมที่ 1 ยังได้ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทผู้รับประกันภัยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 จำนวน 488,441 บาท และได้รับค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยขับอีก 500,000 บาท แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่นำค่าสินไหมทดแทนทั้งสองจำนวนนี้มาหักออกจากจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ร่วมที่ 1 นั้น เมื่อค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถประกอบด้วยค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทนเพื่อชดเชยความเสียหายใดๆ อันเกิดจากการทำละเมิดซึ่งรวมถึงค่าขาดไร้อุปการะด้วย ซึ่งตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 มาตรา 31 บัญญัติว่า ในกรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นจากการกระทำของบุคคลภายนอก... เมื่อบริษัทได้จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นหรือค่าสินไหมทดแทนไปแล้วจำนวนเท่าใดให้บริษัท...มีสิทธิไล่เบี้ยได้ บ่งชี้ชัดว่าค่าเสียหายที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถล้วนเป็นค่าสินไหมทดแทนที่ต้องจ่ายตามสัญญาประกันวินาศภัยด้วยกันทั้งสิ้น จึงต้องนำค่าเสียหายตามกรมธรรม์จำนวน 488,441 บาท มาหักชำระเป็นค่าปลงศพและค่าขาดไร้อุปการะ ส่วนค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับจากผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่จำเลยขับอีก 500,000 บาท อันเป็นความรับผิดตามสัญญาประกันภัยค้ำจุนตาม ป.ป.พ. มาตรา 887 วรรคหนึ่ง กรณีต้องนำมาหักชำระด้วยเช่นกัน เมื่อค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับจากบริษัทประกันภัยทั้งสองแห่งมีจำนวนรวม 988,441 บาท คุ้มกับค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่ยังเหลืออยู่อีก 830,038 บาท แล้ว จำเลยหาต้องรับผิดแก่โจทก์ร่วมที่ 1 อีกเพราะนอกจากจะเป็นการซ้ำซ้อนแล้ว ยังเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับค่าเสียหายเกินไปจากความเป็นจริง การไม่นำค่าสินไหมทดแทนที่ได้มาจากบริษัทประกันภัยดังกล่าวมาหักออกจากค่าสินไหมทดแทนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงไม่ชอบ
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ