BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2568

เรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่น ต้องได้ความว่าหญิงนั้นรู้ว่าชายมีภริยาแล้ว

หลักที่ได้

ภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นได้ ต้องได้ความทั้งว่าหญิงนั้นแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาว และรู้ว่าชายมีภริยาแล้วแต่ยังจงใจละเมิดสิทธิของภริยา

ข้อเท็จจริงย่อ

โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาว จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 พักอาศัยอยู่กันคนละจังหวัด และเคยจดทะเบียนหย่ากันมาก่อนแล้ว ต่อมาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นยกฟ้องจำเลยที่ 2 แต่สั่งเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

เหตุผลของศาล

  1. แม้จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็ยังต้องนำพยานหลักฐานมาสืบให้ได้ความตามฟ้อง และเรื่องกล่าวหาความประพฤติผิดทำนองคลองธรรมเช่นนี้ ศาลต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังยิ่งกว่าคดีแพ่งทั่วไป
  2. แม้ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาว แต่เมื่อทั้งคู่อยู่คนละจังหวัดและโจทก์กับจำเลยที่ 1 เคยจดทะเบียนหย่ากันมาก่อน จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีภริยาแล้ว
  3. เมื่อไม่ได้จงใจละเมิดสิทธิของโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าทดแทน และเมื่อผลเท่ากับพิพากษากลับในส่วนจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ต้องสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นใหม่ด้วย

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

การที่ภริยาจะฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่มีความสัมพันธ์กับสามีของตนในทำนองชู้สาวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่หญิงดังกล่าวได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว โดยหญิงดังกล่าวจะต้องทราบว่าชายนั้นมีภริยาแล้ว แต่ยังจงใจละเมิดสิทธิภริยาด้วย จึงต้องรับผิดใช้ค่าทดแทน

แม้จำเลยที่ 2 จะขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ก็ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบให้ได้ความตามคำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ว่า จำเลยที่ 2 ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาวโดยทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นสามีโจทก์ ซึ่งการกล่าวหาว่าจำเลยที่ 2 มีความประพฤติอันผิดทำนองคลองธรรมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงและนำมาแต่ความเสื่อมเสียแก่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเช่นนี้ ศาลจะต้องรับฟังพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบด้วยความระมัดระวังยิ่งกว่าการรับฟังพยานหลักฐานในคดีแพ่งทั่วไป

แม้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 2 ได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ในทำนองชู้สาวก็ตาม แต่พฤติการณ์ที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 พักอาศัยอยู่กันคนละจังหวัด และโจทก์กับจำเลยที่ 1 เคยจดทะเบียนหย่ากันมาก่อนแล้ว จึงน่าเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีภริยาแล้ว จำเลยที่ 2 จึงมิได้จงใจละเมิดสิทธิของโจทก์ผู้เป็นภริยาจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดชำระค่าทดแทนให้แก่โจทก์ตามมาตรา 1523 วรรคสอง

เมื่อศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษาแก้เป็นยกฟ้องจำเลยที่ 2 จึงมีผลเท่ากับเป็นการพิพากษากลับในส่วนจำเลยที่ 2 มีผลทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนจำเลยที่ 2 ถูกเพิกถอนไปทั้งหมด ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจึงต้องสั่งค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนจำเลยที่ 2 ในศาลชั้นต้นใหม่ แต่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษคงสั่งเฉพาะค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ เป็นการไม่ชอบ

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ