คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7965/2568
ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกแทนผู้รับจ้าง ฟ้องแย้งขอไล่เบี้ยจึงไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
หลักที่ได้
ความรับผิดของผู้ว่าจ้างทำของเป็นความรับผิดเพื่อละเมิดจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไปไล่เบี้ยกับผู้รับจ้างภายหลัง ฟ้องแย้งที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าจะรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วค่อยไล่เบี้ย จึงไม่เกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมพอจะรวมพิจารณากันได้
ข้อเท็จจริงย่อ
โจทก์เป็นผู้รับจ้างตามสัญญาว่าจ้างรับเหมา จำเลยเป็นผู้ว่าจ้าง สัญญาข้อ 13 ระบุว่าผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวเหตุ ภยันตราย หรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการงานของผู้รับจ้างเอง จำเลยยื่นฟ้องแย้งโดยตั้งเงื่อนไขว่าหากจำเลยต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกจากการทำงานของโจทก์ ก็ขอให้โจทก์รับผิดชดใช้คืนแก่จำเลย
เหตุผลของศาล
- ข้อสัญญาที่ให้ผู้รับจ้างรับผิดต่อความเสียหายจากการงานของตนเอง เป็นเพียงการล้อตามหลักที่ว่าผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อขึ้นแก่บุคคลภายนอกอยู่แล้ว
- ความรับผิดของผู้ว่าจ้างในกรณีนี้เป็นความรับผิดเพื่อละเมิดเนื่องจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไล่เบี้ยเอากับผู้เป็นต้นเหตุได้
- เมื่อไม่มีนัยให้จำเลยรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วมาไล่เบี้ยกับโจทก์ภายหลัง ฟ้องแย้งจึงไม่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไขต้องพิจารณาข้อโต้แย้งสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก โดยที่สัญญาว่าจ้างรับเหมาข้อ 13 ที่ตกลงกันว่า "ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่ออุปัทวะเหตุ หรือภยันตราย ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการงานของผู้รับจ้างเอง..." นั้น เป็นเพียงการล้อตามหลักการใน ป.พ.พ. มาตรา 428 ที่ว่า "ผู้ว่าจ้างทำของ (จำเลย) ไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้าง (โจทก์) ได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง" ซึ่งกรณีความรับผิดของผู้ว่าจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 428 นี้ เป็นความรับผิดเพื่อละเมิดเนื่องจากการกระทำของตนเอง ไม่ใช่ความรับผิดแทนผู้อื่นที่จะไล่เบี้ยผู้เป็นต้นเหตุได้ หาได้มีนัยว่าให้จำเลยรับผิดต่อบุคคลภายนอกไปก่อนแล้วมาไล่เบี้ยกับโจทก์ภายหลัง ฟ้องแย้งข้อ 5.2.1 และข้อ 5.2.2 จึงไม่เกี่ยวข้องกันกับคำฟ้องเดิมพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม และ 179 วรรคท้าย
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ