BearLaw เปิดเว็บเต็ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8274/2568

ความผิดที่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตัวผู้กระทำ ผู้ขาดคุณสมบัติเป็นตัวการร่วมไม่ได้

หลักที่ได้

เมื่อฐานความผิดกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตัวของผู้กระทำไว้ ผู้ที่ขาดคุณสมบัตินั้นย่อมไม่อาจเป็นตัวการร่วมได้ แม้จะให้การรับสารภาพก็ตาม

ข้อเท็จจริงย่อ

จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน จำเลยที่ 2 เปลี่ยนให้ตนเองเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 อันเป็นการกระทำต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริงและต่อจำเลยที่ 1 เอง โดยการกระทำนั้นไม่ได้ทำในขอบวัตถุประสงค์หรือเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 และทำให้ทั้งจำเลยที่ 1 และโจทก์เสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ

เหตุผลของศาล

  1. ฐานความผิดนี้กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตัวไว้ว่าผู้กระทำต้องเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคล จึงจะลงโทษฐานเป็นตัวการได้
  2. เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นบริษัทที่ถูกกระทำเสียหายเอง มิใช่ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน และการกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำในขอบวัตถุประสงค์หรือเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงขาดคุณสมบัติอันเป็นองค์ประกอบความผิด
  3. จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 2 ได้ แม้ให้การรับสารภาพก็เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยและยกฟ้องให้ได้

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ย่อคำพิพากษาทางการ

ความผิดต่อ พ.ร.บ.กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ. 2499 มาตรา 42 กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตัวของผู้กระทำความผิดไว้ว่า ต้องเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด... จึงจะลงโทษฐานเป็นตัวการกระทำความผิดได้ แต่คดีนี้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทจำกัดมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน การที่จำเลยที่ 2 เปลี่ยนให้ตนเองเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำความผิดต่อโจทก์ผู้ถือหุ้นที่แท้จริงและจำเลยที่ 1 บริษัทซึ่งมีหุ้นนั้นเป็นทุนจดทะเบียน จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ผู้รับผิดชอบในการดำเนินงาน และการกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่ได้ทำในขอบวัตถุประสงค์หรือทำเพื่อประโยชน์อย่างใดของจำเลยที่ 1 ทั้งยังทำให้จำเลยที่ 1 และโจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 ขาดลักษณะหรือคุณสมบัติเฉพาะตัวอันเป็นองค์ประกอบความผิด จึงไม่อาจเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 2 ได้ แม้จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพแต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 225 และเห็นสมควรยกฟ้องโจทก์เฉพาะแต่จำเลยที่ 1

ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569

อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้

เปิดฎีกานี้ในเว็บ