คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9003/2568
ผู้ชำระบัญชีไม่บอกกล่าวเจ้าหนี้ ถือว่าชำระบัญชียังไม่สำเร็จ เพิกถอนการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีได้
หลักที่ได้
บทบัญญัติเรื่องการชำระบัญชีมุ่งคุ้มครองเจ้าหนี้ เมื่อผู้ชำระบัญชีรู้อยู่ว่ามีหนี้ค้างชำระแต่ไม่ส่งคำบอกกล่าวเลิกห้างไปยังเจ้าหนี้ ย่อมถือว่าการชำระบัญชียังไม่สำเร็จ การรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีจึงเป็นไปโดยผิดหลงและเพิกถอนได้
ข้อเท็จจริงย่อ
ก่อนที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จะจดทะเบียนเลิกห้าง ห้างมีหนี้ค้างชำระแก่ผู้ร้องแล้วไม่ชำระ หลังจากจดทะเบียนเลิกห้างและก่อนจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชีไม่ได้ส่งคำบอกกล่าวเลิกห้างไปยังผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้เพื่อให้ยื่นคำทวงหนี้ ทั้งที่ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินเอกสารหมาย ร.6 แผ่นที่ 14 ผู้คัดค้านทราบแล้วว่าห้างเป็นหนี้ผู้ร้อง ต่อมานายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดนครสวรรค์รับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ผู้ร้องจึงร้องขอให้เพิกถอนการรับจดทะเบียนดังกล่าว
เหตุผลของศาล
- บทบัญญัติเรื่องการชำระบัญชีมีเจตนารมณ์ให้นิติบุคคลที่จะเลิกต้องชำระบัญชีเพื่อชำระหนี้แก่เจ้าหนี้และแจกจำหน่ายสินทรัพย์ จึงกำหนดหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีไว้ชัดแจ้งเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้
- เมื่อห้างมีหนี้ค้างชำระแก่ผู้ร้องและผู้คัดค้านทราบเรื่องหนี้แล้วตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน แต่ไม่ส่งคำบอกกล่าวเลิกห้างไปยังผู้ร้องเพื่อให้ยื่นคำทวงหนี้ การชำระบัญชีจึงมิได้ดำเนินไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- พฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุให้เชื่อว่าการดำเนินการชำระบัญชีเป็นไปโดยไม่สุจริต ต้องถือว่าการชำระบัญชียังไม่สำเร็จลง
- การที่นายทะเบียนรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีจึงเป็นไปโดยผิดหลง และต้องถือว่าห้างยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ความเป็นนิติบุคคลยังคงอยู่ จึงมีเหตุให้เพิกถอนการรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ป.พ.พ. มาตรา 1249 มาตรา 1250 และมาตรา 1253 บทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่มุ่งประสงค์ให้นิติบุคคลที่จะเลิกนั้นต้องมีการชำระบัญชีเพื่อมีการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ และแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นแล้วแต่กรณี จึงได้กำหนดหน้าที่ของผู้ชำระบัญชีไว้ชัดแจ้งเพื่อคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้และบังคับให้ผู้ชำระบัญชีต้องปฏิบัติ อันจะส่งผลก่อเกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีนิติสัมพันธ์กับนิติบุคคลนั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จะจดทะเบียนเลิกห้างนั้น ห้างมีหนี้ค้างชำระแก่ผู้ร้อง แล้วไม่ชำระ ทั้งหลังจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จดทะเบียนเลิกห้างและก่อนจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี โดยผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชีผู้คัดค้านก็มิได้ส่งคำบอกกล่าวเลิกห้างไปยังผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้เพื่อให้ยื่นคำทวงหนี้แก่ผู้ชำระบัญชี ทั้งที่ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินเอกสารหมาย ร.6 แผ่นที่ 14 ผู้คัดค้านก็ทราบแล้วว่า ห้างเป็นหนี้ต่อผู้ร้อง การชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จึงมิได้ดำเนินไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด พฤติการณ์แห่งคดีมีเหตุผลให้เชื่อว่า การดำเนินการชำระบัญชีของห้างเป็นไปโดยไม่สุจริต ต้องถือว่าการชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ยังไม่สำเร็จลง ตามมาตรา 1270 วรรคหนึ่ง ดังนั้น การที่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจังหวัดนครสวรรค์รับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จึงเป็นไปโดยผิดหลง และไม่ถือว่าการชำระบัญชีของห้างดังกล่าวเป็นที่สุดแล้ว แต่ต้องถือว่าห้างนั้นยังคงตั้งอยู่ตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี ตามมาตรา 1249 ความเป็นนิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. จึงยังคงอยู่ กรณีจึงมีเหตุที่จะให้เพิกถอนการรับจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เพื่อให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. ยังอยู่ระหว่างการชำระบัญชี อันทำให้สภาพนิติบุคคลของห้างยังคงมีอยู่ต่อไปตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ