คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566
คดีที่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง ห้ามฎีกาข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด ผู้พิพากษาจะอนุญาตให้ฎีกาไม่ได้
หลักที่ได้
เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาจึงอนุญาตให้ฎีกาไม่ได้ และการโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายก็ยังเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ข้อเท็จจริงย่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 3 เดือน แล้วเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 1 เดือน 15 วัน และเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนเช่นกัน จำเลยฎีกาว่าไม่ได้มีเจตนาใช้รถยนต์เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จึงไม่ผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
เหตุผลของศาล
- เมื่อศาลล่างทั้งสองต่างลงโทษจำคุกแล้วเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
- การวินิจฉัยฎีกาเรื่องเจตนาใช้ยานพาหนะต้องย้อนไปรับฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างให้ยุติเสียก่อน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งยังเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
- ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษก็เป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงต้องห้ามฎีกา
- บทบัญญัติที่ห้ามฎีกาในกรณีนี้เป็นบทห้ามโดยเด็ดขาด การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่ชอบ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ลงโทษหลังลดโทษแล้วจำคุก 1 เดือน 15 วัน เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนเช่นกัน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะใช้รถยนต์เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม จึงไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะตาม ป.อ. มาตรา 336 ทวิ นั้น ในการวินิจฉัยฎีกาดังกล่าวศาลต้องย้อนไปรับฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างให้ยุติเสียก่อน จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษมาด้วย จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว การที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่ชอบ เพราะบทบัญญัติของมาตรา 219 ตรี เป็นบทห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ