ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา 218, 219 และ 220 แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณา หรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกา หรืออธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 221
การรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ข้อความตัวบทตรวจเทียบกับ DrThawip — ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ข้อมูล ณ 20 ก.ค. 2569) · ตรวจทบทวนโดย BEAR LAW · ไม่ใช่ฉบับรับรองจากหน่วยงานรัฐ
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWไฮไลต์ จดโน้ต ฟังเสียงอ่าน และถาม AI เรื่องมาตรานี้ได้
เปิดมาตรานี้ในเว็บคำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างมาตรานี้
- ฎ.8459/2568ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัย ถ้าไม่ฎีกาโต้แย้งก่อน จะยกขึ้นซ้ำในชั้นฎีกาไม่ได้
- ฎ.238/2568คัดลอกอุทธรณ์มาเป็นฎีกาโดยไม่โต้แย้งคำพิพากษา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
- ฎ.5682/2567แก้เฉพาะบทเพิ่มโทษและสั่งกักกัน ยังเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาข้อเท็จจริงต้องขออนุญาตจากผู้พิพากษาศาลล่าง
- ฎ.4292/2567คดีลงโทษกักขังแทนจำคุกและศาลอุทธรณ์ยืน ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
- ฎ.1230/2566คดีที่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง ห้ามฎีกาข้อเท็จจริงโดยเด็ดขาด ผู้พิพากษาจะอนุญาตให้ฎีกาไม่ได้
- ฎ.2841/2562ผู้เช่าซื้อรถถูกลักรถไป เป็นผู้เสียหายร้องทุกข์เองได้ ไม่ต้องรอมอบอำนาจ