คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568
คัดลอกอุทธรณ์มาเป็นฎีกาโดยไม่โต้แย้งคำพิพากษา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
หลักที่ได้
ฎีกาข้อกฎหมายต้องชี้ว่าคำพิพากษาอุทธรณ์ผิดอย่างไรและควรวินิจฉัยอย่างไร การคัดลอกอุทธรณ์มาเฉย ๆ ไม่เป็นฎีกาที่ชัดแจ้ง ส่วนการโต้แย้งการรับฟังพยานหรือกำหนดโทษเป็นข้อเท็จจริงซึ่งต้องอยู่ภายใต้ข้อห้ามและการรับรองตามกฎหมาย
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยทั้งสองยื่นฎีกาโดยนำข้อความจากอุทธรณ์มาใช้ ไม่ได้ระบุว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คลาดเคลื่อนหรือควรวินิจฉัยอย่างไร อีกส่วนหนึ่งโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานและการกำหนดโทษ คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกคนละ 2 ปี และจำเลยไม่ได้ขอให้ผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องรับรองปัญหาข้อเท็จจริง
เหตุผลของศาล
- การคัดลอกอุทธรณ์โดยไม่อ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่มีลักษณะเป็นฎีกาที่ชัดแจ้งและเท่ากับไม่ได้ฎีกาคัดค้าน
- ข้อโต้แย้งเรื่องน้ำหนักพยานและดุลพินิจกำหนดโทษเป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนและลงโทษตามเกณฑ์ คดีย่อมต้องห้ามฎีกา
- จำเลยไม่ได้ขอการรับรองปัญหาสำคัญให้ฎีกาได้ แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับมา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยทั้ง 2 ส่วน
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร และที่ถูกต้องศาลอุทธรณ์ภาค 4 ควรวินิจฉัยอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง มีผลเท่ากับว่าจำเลยทั้งสองมิได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 216 วรรคหนึ่ง และมาตรา 225 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนี้มา ย่อมเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานในคดีและดุลพินิจในการกำหนดโทษ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 2 ปี คดีย่อมต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 จำเลยทั้งสองมิได้ขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลสูงสุดและอนุญาตให้ฎีกาหรือไม่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 และ พ.ร.บ.ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด พ.ศ. 2520 มาตรา 3 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเช่นกัน
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ