คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8459/2568
ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัย ถ้าไม่ฎีกาโต้แย้งก่อน จะยกขึ้นซ้ำในชั้นฎีกาไม่ได้
หลักที่ได้
เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่ยกข้อเท็จจริงที่อุทธรณ์ขึ้นวินิจฉัย ผู้ฎีกาต้องฎีกาโต้แย้งเสียก่อนว่าการไม่วินิจฉัยนั้นไม่ชอบอย่างไร ถ้ายกข้อเท็จจริงเดิมขึ้นซ้ำเฉย ๆ ถือเป็นข้อที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกาและไม่ใช่การคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ข้อเท็จจริงย่อ
จำเลยยกข้อเท็จจริงขึ้นต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้ยกข้อเท็จจริงนั้นขึ้นวินิจฉัยให้ จำเลยไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าการไม่วินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบอย่างไร แต่กลับยกข้อเท็จจริงเดิมขึ้นฎีกาซ้ำอีกครั้ง และขอให้ศาลฎีกาลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษ โดยอ้างว่าได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายจนพอใจแล้ว
เหตุผลของศาล
- ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัย เมื่อผู้ฎีกาไม่โต้แย้งว่าการไม่วินิจฉัยนั้นไม่ชอบอย่างไร การยกขึ้นซ้ำจึงเป็นข้อที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกา และไม่เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
- เมื่อไม่ใช่ข้อความที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินไว้ ศาลฎีกาจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ฎีกาได้
- ส่วนโทษนั้นศาลอุทธรณ์วางโทษขั้นต่ำสุดของฐานความผิดและลดโทษให้กึ่งหนึ่งซึ่งมากที่สุดแล้ว ศาลฎีกาจึงลงโทษให้เบากว่านั้นไม่ได้ และการชดใช้ค่าเสียหายก็ไม่ใช่เหตุเพียงพอให้รอการลงโทษ
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ย่อคำพิพากษาทางการ
ในชั้นอุทธรณ์จำเลยยกข้อเท็จจริงขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ได้ยกขึ้นวินิจฉัย จำเลยก็ไม่ได้ฎีกาโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่ยกขึ้นวินิจฉัยนั้นไม่ชอบอย่างไร การที่จำเลยยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นฎีกาซ้ำอีก ถือได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เพิ่งยกขึ้นในชั้นฎีกา และไม่ได้เป็นการคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง ทั้งไม่ได้เป็นข้อความที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตัดสินไว้ จึงไม่อาจใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 221 ได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย
ที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หลักที่ได้ ข้อเท็จจริงย่อ และเหตุผลของศาล BEAR LAW เรียบเรียงจากย่อทางการ · ตรวจทบทวน 1 ก.ย. 2569
อ่านต่อในเว็บ BEAR LAWบันทึกฎีกา เปิดตัวบทที่อ้างถึง และถาม AI เรื่องฎีกานี้ได้
เปิดฎีกานี้ในเว็บ